ซูชิหน้า (น่า) รัก


ซูชิเป็นอาหารสัญชาติญี่ปุ่น ที่ปัจจุบันหารับประทานได้ง่ายพอ ๆ กับข้าวแกงของบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นข้างทาง ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อ อาจเป็นเพราะความสดใหม่ของวัตถุดิบ สีสัน รสชาติ และความหลากหลายของหน้าซูชิ ที่ช่วยจูงใจให้เด็ก ๆ ชั้นอนุบาล 2/3 โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่สนใจอยากเรียนรู้ในกิจกรรม Project Approach ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่จัดเป็นกิจกรรมหลักของทุกปี ที่เด็ก ๆ ทุกคนเฝ้ารอ เพราะนอกจากจะได้ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งที่สนใจแล้ว เด็ก ๆ ยังได้เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างสนุกสนานและมีความสุข เรามาตามไปดูกันว่าเด็ก ๆ เรียนรู้กันอย่างไร และได้อะไรจากการเรียนรู้บ้าง

Project Approach เรื่อง ซูชิ
Project Approach เรื่อง ซูชิ

การเรียนรู้ของเด็ก ๆ แบ่งเป็น 3 ระยะ เริ่มจากระยะที่ 1 ใช้เวลา 1 สัปดาห์ในการหาหัวข้อเรื่องที่สนใจร่วมกัน โดยคุณครูให้โอกาสเด็กทุกคนได้เสนอเรื่องที่สนใจ ซึ่งเด็ก ๆ นำเสนอกันอย่างหลากหลาย เช่น “หนูชอบเมอร์เมด หนูจะเรียนเรื่องนางเงือกค่ะ” “จะเรียนเรื่องซูชิเพราะชอบกินซูชิหน้าปลาแซลมอน” “เรียนเรื่องฮิปโป ชอบฮิปโปโปเตมัส” เป็นต้น เมื่อสรุปหัวข้อเรื่องร่วมกันได้ทั้งหมด 6 เรื่อง คือ ส้ม แอปเปิล ซูชิ กระต่าย ฮิปโปโปเตมัส และตำรวจ และคุณครูให้เด็กแต่ละคนเลือกเรื่องที่สนใจมากที่สุด โดยการติดชื่อตัวเองลงบนกราฟแสดงหัวข้อเรื่องที่เด็กอยากเรียนรู้ พร้อมทั้งให้เหตุผลที่เลือก และเมื่อสรุปผลจากกราฟปรากฏว่าเรื่องที่ได้คะแนนมากที่สุด 9 คะแนน จากคะแนนทั้งหมด 17 คะแนน คือ “ซูชิ” จึงตกลงร่วมกันได้ว่าปีนี้จะเรียนรู้เรื่อง “ซูชิ”

ในกิจกรรม Project Approach ซึ่งหลังจากได้หัวข้อเรื่องแล้ว เด็ก ๆ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์เดิมของแต่ละคนผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ เช่น การปั้นดินน้ำมัน การประดิษฐ์จากเศษวัสดุ การวาดภาพสีน้ำ เป็นต้น และเด็ก ๆ ช่วยกันตั้งคำถามที่อยากรู้เกี่ยวกับซูชิ เช่น “ซูชิเป็นอย่างไร” “อยากรู้ว่ามีซูชิอะไรบ้าง” “ซูชิทำอย่างไร” เป็นต้น เมื่อสรุปร่วมกันเป็น Web สิ่งที่เด็กอยากรู้ ได้ทั้งหมด 7 ประเด็น ได้แก่ ซูชิคืออะไร ชนิดของซูชิ วิธีการผลิต สถานที่ที่สามารถพบเห็นซูชิ ใครกินซูชิ ประโยชน์และข้อควรระวังในการรับประทาน และบรรจุภัณฑ์ที่ใส่ซูชิ และเด็ก ๆ ยังได้ช่วยกันเสนอวิธีการและแหล่งที่จะใช้สืบค้นข้อมูล เช่น “จะให้คุณพ่อ คุณแม่พาไปร้านขายซูชิ ไปดูว่ามีซูชิแบบไหน” “จะให้คุณพ่อพาไปร้านขายซูชิ ไปดูว่าซูชิทำอย่างไร” “หนูจะให้คุณแม่พาไปร้านหนังสือ ไปหาหนังสือเรื่องซูชิ” เป็นต้น

Project Approach เรื่อง ซูชิ
Project Approach เรื่อง ซูชิ

การเรียนรู้ในระยะที่ 2 เป็นการสืบค้นข้อมูลในสิ่งที่สนใจ ซึ่งจะใช้เวลา 5 สัปดาห์ ให้เด็ก ๆ ได้สืบค้นหาคำตอบด้วยตนเอง เริ่มจากประเด็นคำถามแรก ซูชิคืออะไร เด็ก ๆ ได้ลองคาดคะเนคำตอบกันก่อน เช่น “ซูชิคืออาหารของคนญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นเป็นคนทำให้เรากิน” “ซูชิคือเป็นข้าวปั้นกลม ๆ ที่เราเอามากิน อร่อยด้วย” เป็นต้น แล้วจึงลงมือค้นหาคำตอบจาก Google โดยช่วยกันพิมพ์คำว่าซูชิในช่องค้นหา เปิดดูหลายเว็บไซต์ และค้นหาประวัติความเป็นมาของซูชิจากหนังสือเรื่อง The Wonder Sushi in Japan โดยคุณครูช่วยอ่านให้เด็ก ๆ ฟัง หลังจากนั้นเด็ก ๆ ได้พูดคุยสรุปความหมายร่วมกันได้ว่า “ซูชิมีมานานกว่า 1,000 ปี เป็นการถนอมอาหารของคนญี่ปุ่นที่จับปลาได้เยอะ ๆ แล้วมีปลาเหลือ กินไม่หมด เอาข้าวญี่ปุ่นมาปั้นเป็นก้อนกลม ๆ เอาเนื้อปลาวางไว้ข้างบน ในเนื้อปลาดิบมีเชื้อโรคอยู่ ต้องกินกับวาซาบิ ทำให้พยาธิตายได้ มีหน้าซูชิเยอะ สัตว์น้ำทะเลบางชนิดเอามากินได้ มีหน้าเนื้อสัตว์ต่าง ๆ มีทั้งหน้าที่ดิบและสุก”

ซึ่งเด็ก ๆ มีความสนใจเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นมาก จึงช่วยกันสืบค้นข้อมูลและสรุปข้อมูลร่วมกัน เช่น “ประเทศญี่ปุ่นอยู่ไกลจากประเทศไทย” “ที่ญี่ปุ่นมีหิมะตกลงมา” “ประเทศญี่ปุ่นอยู่ติดกับทะเล” “ธงชาติญี่ปุ่นมีสีแดงกับสีขาว” เป็นต้น เด็ก ๆ สืบค้นต่อในประเด็นคำถาม ชนิดของซูชิ โดยพิมพ์ค้นหาใน Google พบเว็บไซต์ที่น่าสนใจและคุณครูอ่านให้เด็ก ๆ ฟัง แล้วจึงสรุปข้อมูลร่วมกันได้ว่า “ประเภทที่ 1 นิกิริซูชิ เป็นซูชิแบบใช้มือปั้น ข้างบนมีหน้าต่าง ๆ วางอยู่” “ประเภทที่ 2 มากิซูชิ เป็นซูชิโรล ทำซูชิให้เป็นทรงกระบอก แล้วเอามาตัดให้มีขนาดพอดี” “ประเภทที่ 3 เทมากิซูชิ เป็นซูชิม้วนมือ ม้วนสาหร่ายให้เป็นทรงกรวย” “ประเภทที่ 4 ชิริชิซูชิ เอาข้าวมาผสมน้ำส้มสายชู เสร็จแล้วเอาข้าวใส่ในถ้วย เอาหน้าอาหารต่าง ๆ มาวางบนข้าว” “ประเภทที่ 5 อุระมากิซูชิ เป็นซูชิที่ห่อด้วยข้าวแทนสาหร่าย เพิ่มรสชาติด้วยงา” “ประเภทที่ 6 โอชิซูชิ เอาข้าวใส่ลงไปในกล่อง ข้างบนเป็นหน้าต่าง ๆ เสร็จแล้วก็เอามาหั่นให้พอดี” “ประเภทที่ 7 ฟุนะซูชิ ทำมาจากปลาฟุนะ เอาปลาไปหมักในข้าว ใส่เกลือด้วย ทิ้งไว้นาน ๆ หลายเดือน” “ประเภทที่ 8 แคลิฟอร์เนียโรล” “ประเภทที่ 9 อินาริซูชิ เป็นซูชิใช้เต้าหู้ทอดแทนสาหร่าย เต้าหู้คล้ายถุง เอาข้าวใส่ในเต้าหู้ แล้วใส่หน้าซูชิต่าง ๆ ลงไปบนข้าว”

Project Approach เรื่อง ซูชิ Project Approach เรื่อง ซูชิ
Project Approach เรื่อง ซูชิ Project Approach เรื่อง ซูชิ

และเด็ก ๆ ยังได้สังเกตเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของซูชิแต่ละชนิดที่คุณครูและผู้ปกครองช่วยเตรียมมาให้ เด็ก ๆ สืบค้นต่อในประเด็นถัดมา คือ วิธีการผลิต โดยเริ่มจากข้าวญี่ปุ่น เด็ก ๆ ช่วยกันสืบค้นจากอินเทอร์เน็ต สำรวจและสังเกตลักษณะของเมล็ดข้าวญี่ปุ่น และสรุปร่วมกันได้ เช่น “ข้าวญี่ปุ่นมันสั้น เมล็ดสั้น ๆ” “จับมันลื่น” “มีสารกาบาอยู่ด้วย” “ช่วยบำรุงสมอง” เป็นต้น และช่วยกันคาดคะเนส่วนผสมและวิธีทำซูชิ เช่น “เราต้องมีข้าว” “ต้องมีสาหร่ายด้วย” “ซูชิต้องมีหน้าอยู่บนข้าวด้วย” “ต้องเอาข้าวใส่ในหม้อหุงข้าว แล้วต้องใส่น้ำลงไปด้วย” “ต้องเอาข้าวมาปั้นเป็นก้อน” “ต้องเอาหน้าซูชิวางบนข้าว” เป็นต้น หลังจากนั้นจึงได้สืบค้นเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและดูจากยูทูบ แล้วสรุปร่วมกันเป็นขั้นตอนได้ว่า “ทำซูชิต้องมีข้าวญี่ปุ่น ตวงข้าวใส่หม้อหุงข้าว เอาข้าวไปล้างน้ำก่อน ใช้มือมาถูข้าวแล้วเทน้ำทิ้ง เอาน้ำล้างข้าว 2 หรือ 3 ครั้งให้สะอาด ล้างจนน้ำใส ไม่เป็นน้ำสีขาว ๆ แล้วใส่น้ำสะอาดลงในข้าว แช่ข้าวทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง แล้วกดหุงข้าว ข้าวสุกแล้วทิ้งไว้ 15 นาที ใช้ที่ตักข้าวคนข้าว ต้องคนเบา ๆ ต้องทำน้ำใส่ในข้าวให้อร่อยด้วย ต้องใส่เกลือ ใส่น้ำส้มสายชูที่ทำจากข้าว ใส่น้ำตาลทรายด้วย แล้วคนให้เข้ากัน เอาน้ำที่ทำเสร็จแล้วไปใส่ในข้าวที่สุกแล้ว คนเบา ๆ ทิ้งให้ข้าวเย็น เอาข้าวมาปั้นเป็นวงรี เอาหน้าต่าง ๆ วางบนข้าว” แล้วเด็ก ๆ จึงได้ลงมือทำนิกิริซูชิหน้าปูอัด ไข่หวาน และสาหร่าย โดยได้ชั่งตวงวัดและทำขั้นตอนต่าง ๆ ด้วยตนเอง โดยคุณครูคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

เด็ก ๆ ยังได้ทำ นิกิริซูชิ มากิซูชิ และเทมากิซูชิ โดยมีผู้ปกครองร่วมกิจกรรม ช่วยนำอุปกรณ์และวัตถุดิบต่าง ๆ ในการทำซูชิมาให้เด็กรู้จัก รวมทั้งได้สอนเด็ก ๆ ทำซูชิแบบต่าง ๆ ซึ่งเด็ก ๆ ได้ลงมือทำกันอย่างตั้งใจ และยังได้สำรวจ สังเกต ใช้ประสาทสัมผัส และแสดงความคิดเห็นร่วมกัน เช่น “เมล็ดข้าวญี่ปุ่นมันสั้นกว่าเมล็ดข้าวเจ้า แต่มันมีสีขาวเหมือนกัน แต่ข้าวญี่ปุ่นมันเล็ก ๆ ไม่เหมือนข้าวเจ้า ข้าวเจ้ามันยาวกว่า ข้าวญี่ปุ่นที่สุกแล้วจับมันนิ่ม ๆ นิ่มมากเลย ข้าวเจ้าที่สุกก็นิ่มเหมือนกัน” “จับเมล็ดข้าวมันลื่น ๆ เหมือนกัน ข้าวญี่ปุ่นลื่น ข้าวเจ้าก็ลื่น ๆ เมล็ดข้าวญี่ปุ่นกลม เมล็ดข้าวเจ้ามันยาว ๆ ไม่เหมือนกัน ข้าวที่สุกแล้วจับมันนิ่ม ๆ เหมือนกัน” เป็นต้น พร้อมทั้งจัดทำ Venn Diagram เปรียบเทียบความเหมือนและแตกต่างของข้าวเจ้าและข้าวญี่ปุ่น

Project Approach เรื่อง ซูชิ
Project Approach เรื่อง ซูชิ Project Approach เรื่อง ซูชิ

เด็ก ๆ สงสัยอีกว่า มีซูชิรูปทรงใดบ้าง จึงได้สืบค้นเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและหนังสือเกี่ยวกับซูชิ แล้วสรุปร่วมกันได้ว่า “ซูชิมีหลายรูปทรง” “มีซูชิรูปทรงวงกลมด้วย” “มีทรงกรวยด้วย” “มีซูชิรูปทรงสี่เหลี่ยมด้วย” “มีซูชิรูปทรงสามเหลี่ยมด้วย” ในประเด็นคำถามถัดมา ใครกินซูชิบ้าง เด็ก ๆ ได้สืบค้นจากภาพ อินเทอร์เน็ต และจากประสบการณ์ของแต่ละคน แล้วสรุปร่วมกันได้ เช่น “ใคร ๆ ก็ชอบกินซูชิ” “เด็ก ๆ ก็ชอบกินซูชิ” “ผู้ใหญ่ก็ชอบกินซูชิ” “สัตว์ก็ชอบกินซูชิ” “นกก็ชอบจิกอาหารกิน นกกินซูชิ” “ถ้ามีซูชิหล่นที่พื้นหนูมันก็จะมากิน” เป็นต้น เด็ก ๆ ยังได้ทดลองเกี่ยวกับข้าวเพิ่มเติมด้วยการนำไปผัดในกระทะเปรียบเทียบกับการหุงด้วยหม้อหุงข้าว ซึ่งเด็ก ๆ ได้คาดคะเนแตกต่างกันไป เช่น “มันจะสามารถทำให้ข้าวญี่ปุ่นสุกได้ แล้วเอาไปทำซูชิได้” “หนูคิดว่าข้าวเอามาทานไม่ได้ มันจะแข็งเหมือนเดิม” “คิดว่าข้าวมันจะสุกเพราะข้าวมันโดนความร้อนเหมือนหุงข้าว” เป็นต้น และเมื่อได้ทดลองแล้วเด็ก ๆ สรุปร่วมกันได้ เช่น “ข้าวที่ไม่ใส่น้ำ มันสุกแล้วมีสีน้ำตาล ไม่เป็นสีขาวแล้ว มันแข็งเหมือนเดิม ข้าวที่ใส่น้ำมันสุกแล้วมีสีขาวเหมือนเดิม มันนิ่มมาก เอามาปั้นซูชิได้”

เด็ก ๆ ยังสงสัยเกี่ยวกับ ความแตกต่างระหว่างซูชิกับซาซิมิ จึงได้ช่วยกันสืบค้นและสรุปร่วมกัน เช่น “ซูชิเป็นอาหารญี่ปุ่นที่มีหน้าต่าง ๆ วางบนข้าว” “ซาชิมิทานโดยไม่มีข้าวญี่ปุ่น” “ซาชิมิเน้นรสชาติที่เป็นธรรมชาติ” “ซาชิมิกับซูชิทานกับวาซาบิ และโชยุเหมือนกัน” “ซูชิใช้มือและตะเกียบหยิบเอามาทาน” “ซาชิมิใช้แต่ตะเกียบ” เป็นต้น และยังได้หาคำตอบของประเด็นการจัดเก็บซูชิ โดยได้ทดลองนำซูชิไปตากแดด เก็บไว้ในตู้เย็น และวางไว้ในห้องเรียน เป็นเวลา 1 วัน เด็ก ๆ มีการคาดคะเนผลที่จะเกิดขึ้น สังเกตการเปลี่ยนแปลง และจดบันทึก แล้วนำมาเล่าสรุปผลร่วมกันได้ว่า “ซูชิที่นำไปตากแดดทิ้งไว้ 1 วันข้าวแข็งขึ้น สีเหมือนเดิม เด็ก ๆ สรุปว่าไม่ควรรับประทาน” “ซูชิที่เก็บไว้ในตู้เย็น จับมันแข็งมาก และก็เย็น เด็ก ๆ คิดว่าไม่ควรรับประทาน แต่ซูชิมีรูปร่างและสีเหมือนเดิม” และ “ซูชิที่วางไว้ในห้องเรียน นิ่มและมีรูปร่างเหมือนเดิมแต่เอามารับประทานไม่ได้แล้ว มันสกปรกเพราะเราวางทิ้งไว้ไม่มีอะไรมาปิด”

Project Approach เรื่อง ซูชิ Project Approach เรื่อง ซูชิ
Project Approach เรื่อง ซูชิ Project Approach เรื่อง ซูชิ

และเพื่อให้เด็ก ๆ ได้รับประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ปกครองได้ช่วยประสานวิทยากรและสถานที่ให้เด็กได้เรียนรู้ โดยไปทัศนศึกษาที่ร้านโออิชิ อีทเทอเรียม ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และเข้าร่วมกิจกรรม “โออิชิลิตเติ้ลเชฟ” และเชิญคุณสุรพงศ์ สุทธิกุญชร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไข่หวานบ้านซูชิ (ประเทศไทย) พร้อมทั้งเชฟ และเจ้าหน้าที่จากบริษัทเข้ามาเป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับซูชิ ตั้งแต่วัตถุดิบที่ใช้ในการทำซูชิ วิธีการทำซูชิ พร้อมตอบข้อสงสัยของเด็ก ๆ และยังสอนเด็ก ๆ ทำซูชิโดยใช้แม่พิมพ์ และใส่หน้าต่าง ๆ เด็ก ๆ สนุกสนานกับการเรียนรู้และลงมือทำซูชิชนิดต่าง ๆ และมาเล่าแลกเปลี่ยนความประทับใจกัน เช่น “หนูไปเรียนทำซูชิที่ร้านโออิชิ มีคนทำซูชิมาสอนเขาเป็นเชฟ เขาใส่ชุดสีขาว เขามาสอนเด็กทำซูชิ สอนปั้นซูชิ สอนเอาหน้ากุ้งวางบนซูชิ เป็นนิกิริซูชิ พาไปดูเชฟกำลังทำเทมากิซูชิ เป็นซูชิรูปทรงกรวย แล้วพาไปดูซูชิทุกหน้าที่อยู่ในร้านด้วย” “ได้ทำซูชิหลายหน้าเลยที่โออิชิ ต้องนั่งรถตู้ไป มีเชฟหลายคนมาสอนเด็ก ๆ ทำซูชิ เวลาทำต้องใส่ถุงมือ เดี๋ยวเชื้อโรคเข้าไปในอาหาร ได้ทำมากิซูชิหน้ากุ้ง หน้าไข่หวานด้วย” “ได้ทำซูชิที่โรงเรียน เพื่อน ๆ ก็ทำ มีเชฟมาสอนเด็ก ๆ ทำซูชิ เวลาหุงข้าวญี่ปุ่นต้องแช่ข้าวทิ้งไว้ ข้าวจะได้ไม่แข็ง ทำซูชิต้องมีหน้าซูชิด้วย เชฟสอนฮานะทำมากิซูชิด้วย ใช้เสื่อม้วนให้กลม ๆ เอาสาหร่ายใส่ก่อนแล้วใส่ข้าว ใส่ปูอัด แล้วก็ม้วน เอามีดมาหั่น เป็นมากิซูชิ เด็ก ๆ ทำเอามีดมาหั่นไม่ได้ เพราะมีดมันอันตราย” “วันนี้ได้ทำซูชิ มีพี่ ๆ จากบ้านไข่หวานซูชิมาสอน เชฟสอนทำมากิซูชิกับนิกิริซูชิ ใช้เสื่อทำซูชิม้วน มีหน้าซูชิหลายหน้าเลย มีหน้าทูน่า มีหน้าปูอัด มีสาหร่าย มีไข่หวาน ไข่กุ้งด้วย ทำซูชิสนุกมาก เชฟทำซาชิมิให้ดูด้วย ซาซิมิไม่มีข้าวญี่ปุ่น” เป็นต้น

และเด็ก ๆ ยังคงสืบค้นต่อ ในประเด็นของบรรจุภัณฑ์ที่ใส่ซูชิและเพิ่มเติมเรื่องของตะเกียบ โดยการสำรวจและสังเกตกล่องซูชิหลายแบบ และตะเกียบแบบจีนและแบบญี่ปุ่น แล้วสรุปร่วมกันได้ว่า “ที่ใส่ซูชิมีหลายแบบ มีหลายขนาด กล่องมีฝาปิดด้วย ซูชิจะได้สะอาดแล้วเชื้อโรคเข้าไปไม่ได้ ใส่ในจานไม้แบน ๆ ก็ได้ ใส่ในจานกระดาษก็ได้ จานกระดาษที่เอาเยื่อของต้นไม้มาทำ เป็นวัสดุธรรมชาติที่ไม่มีอันตราย กล่องโฟมไม่ดี” และ “ตะเกียบเอาไว้คีบอาหารทาน ตะเกียบทำมาจากไม้ มีบางอันทำจากงาช้างด้วย ตะเกียบจีนยาวและหนา ตะเกียบญี่ปุ่นปลายแหลมเพราะใช้หยิบก้างปลาออก ตะเกียบของจีนยาวกว่าตะเกียบญี่ปุ่นเพราะว่าใช้คีบอาหารไกล ๆ” ซึ่งตลอดระยะเวลาในการเรียนรู้ คุณครูได้บูรณาการ STEAM ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ผ่านศาสตร์ทั้ง 5 คือ วิทยาศาสตร์ (Science) ผ่านกิจกรรมการทดลองต่าง ๆ การคาดคะเน การสำรวจ และการสังเกต เทคโนโลยี (Technology) ผ่านการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต การใช้อุปกรณ์ และการเชื่อมต่อวัสดุในงานประดิษฐ์ วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) ผ่านกิจกรรมการออกแบบ การจำลองและประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ศิลปกรรมศาสตร์ (Arts) ผ่านการถ่ายทอดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์สู่งานศิลปะในรูปแบบต่าง ๆ การเรียนรู้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ การแต่งนิทาน และเล่นบทบาทสมมติ และคณิตศาสตร์ (Mathematics) ผ่านกิจกรรมการชั่งตวง การเปรียบเทียบมากกว่าหรือน้อยกว่า การนับจำนวน รูปทรงและมิติสัมพันธ์ ส่งผลให้เด็กเกิดทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ในระดับชั้นที่สูงขึ้น และสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

Project Approach เรื่อง ซูชิ Project Approach เรื่อง ซูชิ

สัปดาห์สุดท้าย เป็นการเรียนรู้ระยะที่ 3 เป็นการสรุปสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ เด็ก ๆ ช่วยกันสรุปคำตอบของคำถามต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจนและครบถ้วนทุกประเด็น และช่วยกันออกแบบนิทรรศการ จัดทำซูชิคำโต รถขายซูชิ การ์ดเชิญคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครอง และตกแต่งห้องด้วยผลงานต่าง ๆ จากการเรียนรู้ โดยผู้เยี่ยมชมจะเห็นกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองของเด็ก ๆ อย่างเป็นขั้นตอน และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับเด็ก ๆ แล้วท่านจะได้เห็น “ซูชิ” หน้าใหม่ของเด็ก ๆ ชั้นอนุบาล 2/3 คือ ซูชิหน้า (น่า) รัก ที่อร่อยลิ้น อิ่มท้อง และช่วยบำรุงสมองได้เป็นอย่างดี

โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่

3810 ถนนพระราม 4 , แขวงคลองตัน เขตคลองเตย, กรุงเทพ, 10110

โทรศัพท์: (0) 2 249-0081-3
แฟกซ์: (0) 2 249-4001

ติดตามเราได้ที่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เส้นทาง

แผนที่โรงเรียน : คลิกดูแผนที่

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เยี่ยมชมเว็บไซต์

เว็บไซต์
© 2026 โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่
SEO Services Supplied by Bangkok Digital Services