พัดมหัศจรรย์


เมื่ออากาศร้อน สิ่งที่ทุกคนจะนึกถึงอันดับแรก ๆ คงหนีไม่พ้นพัดลมหรือแอร์ เพราะเราจะคุ้นเคยกับอุปกรณ์เหล่านี้ที่มีทุกบ้าน แต่ใครจะนึกถึง “พัด” เครื่องโบกหรือกระพือลมที่ต้องใช้แรง ซึ่งบางบ้านอาจไม่มี และเด็กบางคนอาจไม่เคยเห็นหรือรู้จัก แม้จะเป็นอุปกรณ์ธรรมดาชิ้นหนึ่ง แต่เด็กอนุบาล 1/2 จากโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ กลับสนใจและอยากรู้เกี่ยวกับพัด ซึ่งคุณครูไก่ วิวรรณ สารกิจปรีชา ครูใหญ่ของโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ให้การสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็ก ๆ อย่างเต็มที่ โดยจัดกระบวนการเรียนรู้แบบ Project Approach ให้เด็ก ๆ เรียนรู้ด้วยตนเองในสิ่งที่สนใจอย่างลุ่มลึกเป็นเวลา 7 สัปดาห์ แบ่งเป็น 3 ระยะ เริ่มตั้งแต่เลือกหัวข้อเรื่องที่สนใจ ตั้งประเด็นคำถามที่อยากรู้ วางแผนสืบค้น หาคำตอบด้วยวิธีที่หลากหลาย และสรุปผลการเรียนรู้ ซึ่งในแต่ละขั้นตอนคุณครูจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้กับเด็ก ๆ ในทุกด้าน มาดูกันว่าเด็ก ๆ เรียนรู้กันอย่างไร แล้วได้อะไรจากการเรียนรู้

Project Approach เรื่อง พัด
Project Approach เรื่อง พัด

ในระยะที่ 1 เป็นระยะเริ่มต้น ใช้เวลา 1 สัปดาห์ ในการหาหัวข้อเรื่อง โดยเด็ก ๆ ทุกคนได้เสนอเรื่องที่สนใจ เช่น “อยากรู้เรื่องพัด เพราะอยากรู้ว่าพัดทำยังไง” “อยากเรียนรู้เรื่องทะเลเพราะว่าหนูอยากใส่ชุดว่ายน้ำ อยากใส่แว่นตาดำน้ำ ที่ทะเลมีปลาด้วย” เป็นต้น สรุปหัวข้อเรื่องที่เด็กสนใจได้ 5 เรื่อง ได้แก่ รถ พัด ทะเล แมว กระต่าย คุณครูจึงให้เด็กแต่ละคนลงคะแนนเลือกเรื่องที่สนใจมากที่สุด โดยใช้หลักประชาธิปไตย เรื่องที่มีเด็กเลือกมากที่สุด คือ “พัด” ได้ 8 คะแนน เด็ก ๆ จึงตกลงร่วมกันว่าในปีนี้กิจกรรม Project Approach จะเรียนรู้เรื่องพัด หลังจากได้หัวข้อเรื่องแล้ว เด็ก ๆ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เดิมของแต่ละคนเกี่ยวกับพัด เช่น “เคยเห็นพัดของอาม่าทำมาจากกระดาษ มีก้านลงมาไว้ให้เราเอามือจับแล้วก็พัดค่ะ” “มีพัดที่บ้านที่เป็นรูปดอกไม้เป็นรูปทรงวงกลม หม่าม้าเคยพัดให้เย็นมาก” เป็นต้น เด็ก ๆ ช่วยกันตั้งคำถามในสิ่งที่อยากรู้ เช่น “พัดมาจากที่ไหน” “พัดเอามาทำอะไรได้บ้าง” เป็นต้น เมื่อนำมาสรุปร่วมกันเป็น Web สิ่งที่เด็กอยากรู้ได้ 5 ประเด็น ได้แก่ ความหมาย / ที่มาของพัด วัสดุที่ใช้ทำพัด ประเภท / ลักษณะของพัด วิธีทำพัด และประโยชน์ / การเก็บพัด โดยเด็ก ๆ ได้ช่วยกันเสนอวิธีการสืบค้นและแหล่งข้อมูล เช่น “ถามคนขายพัด” “ดูใน YouTube ก็ได้” “ไปหาในหนังสือ” เป็นต้น

ระยะที่ 2 เป็นระยะสืบค้น ใช้เวลาอย่างเต็มที่ 5 สัปดาห์ โดยเด็ก ๆ เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับพยัญชนะในคำว่า “พัด” เพื่อให้สามารถนำไปสืบค้นจากหนังสือหรืออินเทอร์เน็ตได้ แต่ก่อนจะค้นหาคำตอบ เด็ก ๆ ได้ลองคาดคะเนความหมายของพัด เช่น “พัดคือส่วนที่บาง ๆ มีที่จับใช้มือพัดแล้วเย็น ๆ” “พัดคือที่โบกมือแรง ๆ ให้ลมเย็นหายร้อน พัดทำจากพลาสติก ที่บ้านหนูก็มี” เป็นต้น เพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจน เด็ก ๆ ได้ช่วยกันเปิดหาความหมายใน Google โดยกดตัวอักษรที่แป้นพิมพ์ด้วยตัวเองทีละตัว และเปิดหาในพจนานุกรมโดยไล่ตัวอักษรจนพบคำว่าพัด และคุณครูช่วยอ่านความหมายให้เด็ก ๆ ได้ฟังร่วมกันว่า “พัด” หมายถึง เครื่องโบกหรือกระพือลม มักทำด้วยของแบนบาง เช่น กระดาษ ใบลาน เป็นต้น

Project Approach เรื่อง พัด Project Approach เรื่อง พัด
Project Approach เรื่อง พัด

อีกทั้งยังได้สืบค้น ถึงที่มาของพัดจนได้คำตอบ เช่น “พัดมาจากประเทศจีน พัดมีมานานมาก ๆ” “ที่อียิปต์เขาก็เริ่มทำพัดเหมือนกัน เขาทำจากขนนก” “คนทำพัดเลียนแบบมาจากหูของช้างด้วย” “ที่ประเทศไทยก็มีพัดด้วย พัดทำมาจากใบไม้ ขนนก แล้วก็กระดาษ พลาสติกด้วย” เป็นต้น สรุปเป็นองค์ความรู้ร่วมกันได้ว่า “พัดเป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้กันมาช้านานทั่วโลก เพื่อช่วยระบายความร้อนและสร้างความเย็น พัดถือกำเนิดขึ้นมานานกว่า 3,000 ปี จากประเทศจีน ส่วนญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลมาจากจีน อียิปต์โบราณนำพัดมาใช้ในชีวิตประจำวัน ทางยุโรปพัดเป็นเครื่องประดับของสุภาพสตรี พัดในประเทศไทยมีมาตั้งแต่โบราณโดยได้รับอิทธิพลจากจีนและอินเดีย ในสมัยสุโขทัยและอยุธยามีการใช้พัดใบลาน ใบตาล ใบมะพร้าว หรือไม้ไผ่ สานเป็นพัดเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน พัดพื้นบ้านเป็นพัดสานจากใบลานและใบตอง เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยแต่ละภาคใช้ในบ้านและถวายพระ”

เด็ก ๆ ช่วยกันหาคำตอบ ในประเด็นต่อมา คือ วัสดุที่ใช้ทำพัด ด้วยการใช้ประสาทสัมผัสสำรวจและสังเกตพัดหลากหลายชนิดที่คุณครูจัดเตรียมให้ และนำมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง เช่น “พัดแข็ง ๆ บาง ๆ มีขนนกด้วย พัดทำจากพลาสติกด้วย พลาสติกมันจะแข็ง ๆ พัดทำจากขนนก ขนห่านด้วย พัดมันแบน ๆ มีที่จับทำจากไม้ ทำจากพลาสติก” “พัดทำจากกระดาษอันใหญ่ แข็ง ๆ มีพัดที่ทำมาจากใบลานกลม ๆ มีพัดเหมือนกับลูกชมพู่ด้วยนะ มี 2 อันเลย มันจะแบน ๆ พัดแล้วก็จะมีลมแรง ๆ ออกมา” เป็นต้น และได้หาข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต สรุปร่วมกันได้ว่า วัสดุทำพัดมีหลายชนิด แบ่งตามวัสดุได้ 4 กลุ่ม ได้แก่ วัสดุธรรมชาติ วัสดุจากผ้า วัสดุกระดาษ และวัสดุพลาสติก ซึ่งเด็ก ๆ ได้เรียนรู้และสนุกกับเกมแยกประเภทวัสดุ ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองเป็นอย่างดี ได้เข้าร่วมกิจกรรมและเชิญวิทยากรคุณอิสรัตน์ (พี่แอล) มาให้ความรู้ขั้นตอนและวิธีการทำพัดจากผักตบชวาอบแห้ง เด็ก ๆ ได้ทดลองสานพัดด้วยผักตบชวาและแต่งแต้มสีตามจินตนาการอย่างสวยงาม ในประเด็นคำถามถัดมา คือ ประเภท / ลักษณะของพัด เด็ก ๆ สามารถบอกเล่าถึงรูปร่างของพัดที่มีหลากหลายรูปแบบ เช่น “พัดเป็นครึ่งวงกลมเหมือนแตงโม” “เป็นรูปหน้าของสัตว์ก็ได้” “พัดเป็นดาวแหลม ๆ ก็ได้” เป็นต้น และยังแยกประเภทได้ 2 แบบ คือ แบบพับได้ และแบบพับไม่ได้ ซึ่งเด็ก ๆ ได้ฝึกสังเกตและเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่าง สามารถบอกเล่าได้ เช่น “พัดพับได้พกใส่กระเป๋าได้ เอาเก็บไว้ไปไหนมาไหนได้ แต่พัดที่พับเก็บไม่ได้เก็บไว้ใช้ที่บ้านดีกว่า พัดใหญ่มาก” “พัดพับได้กับพัดพับไม่ได้น้ำหนักเบาเหมือนกัน ถือได้ไม่หนัก” “พัดพับเก็บได้มันจะพังง่ายกว่าพัดพับเก็บไม่ได้ พัดที่พับเก็บไม่ได้แข็งแรง ไม่พังง่ายเลย” เป็นต้น

Project Approach เรื่อง พัด Project Approach เรื่อง พัด Project Approach เรื่อง พัด
Project Approach เรื่อง พัด

ระหว่างการเรียนรู้ เด็ก ๆ เกิดความสงสัยว่า พัด พัดลม เป่าลมจากปาก แบบไหนลมจะแรงกว่ากัน คุณครูจึงช่วยออกแบบการทดลองเป่าวัสดุต่าง ๆ ตามทางด้วยแหล่งกำเนิดลมที่สงสัย โดยเด็ก ๆ ได้คาดคะเนคำตอบก่อนลงมือทดลอง เช่น “พัดมือแรง พัดลมก็แรง พัดลมมันต้องแรงมาก ๆ แรงกว่าพัดมือ” “คิดว่าใช้เป่าปากมันน่าจะเบามาก ๆ พัดลมกับพัดมือน่าจะแรงที่สุด” หลังจากลงมือทดลองด้วยตัวเองแล้วเด็ก ๆ ได้คำตอบ เช่น “ลูกโป่งเบา เป่าแล้วลอยเลย เพราะใช้พัด พัดแรงมาก ๆ แต่ถ้าไม่ตรง ลูกบอลก็จะไม่กลิ้ง กระดาษก็ไม่กลิ้ง กระดาษต้องเบา ๆ กว่านี้ พัดลมไฟฟ้าทำให้ลูกบอลกลิ้งไปเร็วมาก ๆ เร็วกว่าพัด พัดแรงกว่าเป่าปาก เป่าลมจากปากลูกบอลขยับแต่ไม่กลิ้ง ลมเบาเกินไป” เมื่อสรุปผลการทดลองร่วมกันได้ว่า “พัดลมไฟฟ้ามีลมแรงที่สม่ำเสมอกว่าพัดด้วยมือ พัดมือต้องออกแรงพัด พัดเบาลมจะเบา พัดแรงลมแรง ต้องใช้แรงเป่าลมจากปาก แต่ลมจากปากเบาที่สุด”

เด็ก ๆ ยังคงค้นหาคำตอบ กันต่อในประเด็นคำถามถัดมา คือ วิธีทำพัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองเป็นอย่างดี ในการจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และร่วมทำกับเด็ก ๆ และคุณครูยังได้เชิญวิทยากร คุณแพรวา (Chom Hand Craft) ผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงานสานพัดจากวัสดุธรรมชาติ (ตอกไม้ไผ่) มาให้ความรู้ ให้เด็ก ๆ ได้สำรวจอุปกรณ์ เครื่องมือ และลงมือทำพัดด้วยตนเองจากวัสดุหลากหลายชนิด เช่น พลาสติก ผ้ามัดย้อม กล่องนม ตอกไม้ไผ่ เป็นต้น และเด็ก ๆ ได้พูดคุยและเปรียบเทียบพัดที่ทำจากวัสดุ 2 ชนิด คือ พัดจากผักตบชวา และพัดจากตอกไม้ไผ่ เช่น “มันเป็นวัสดุจากธรรมชาติทั้ง 2 อย่างเลย ทำจากไม้ไผ่ทำง่าย ทำเองแล้วก็มีคุณแม่มาช่วย” “ทำพัดไม้ไผ่แข็ง ผักตบนิ่ม ๆ” เป็นต้น และสรุปร่วมกันได้ว่า “พัดไม้ตอกแข็ง พัดที่ทำจากผักตบนิ่ม มีขนาดใหญ่กว่าพัดจากตอกไม้ไผ่ ผักตบชวาขนาดของเส้นมีความกว้างกว่าตอกไม้ไผ่ ใช้จำนวนของเส้นผักตบชวาน้อยกว่าตอกไม้ไผ่” และผู้ปกครองหลายท่านได้พาบุตรหลานไปเที่ยวชมร้านขายพัดหลายที่ และโรงงานผลิตพัดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เด็ก ๆ นำภาพถ่ายมาเล่าประสบการณ์ให้เพื่อน ๆ ฟัง เช่น “ไปดูพัด เขาเป็นโรงงานเลยมีพัดเยอะมาก ๆ มีเครื่องเย็บด้วย ไปดูเอาด้ามมาใส่ที่พัดด้วยนะ มีคนสอนใส่ด้ามพัดด้วย” “ไปร้านขายพัดเจอพัดขนนกด้วย มีพัดทำจากไม้ มีพัดหลายแบบ มีพัดรูปหัวใจด้วย ชอบ ซื้อพัดกลับมาบ้านซื้อมา 2 อันเลย” “ไปดูพัดที่ร้านใต้สะพาน ไปสวนเบญก่อนแล้วค่อยแวะไปดูร้านพัด มีพัดขายเยอะพัดทำจากกระดาษ ใบลาน มีโครงไม้ติดกับผ้ากับกระดาษ ซื้อมา 2 แบบเลยนะ ซื้อพัดที่ทำจากผ้า แล้วก็ทำจากกระดาษ มีพัดอันเล็กกับพัดใหญ่ ๆ” เป็นต้น

Project Approach เรื่อง พัด Project Approach เรื่อง พัด Project Approach เรื่อง พัด Project Approach เรื่อง พัด
Project Approach เรื่อง พัด Project Approach เรื่อง พัด

เด็ก ๆ ช่วยกันหาคำตอบ มาจนถึงประเด็นสุดท้าย คือ ประโยชน์ / การเก็บพัด จากประสบการณ์ที่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้มา สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกันถึงประโยชน์และโทษของพัด รวมทั้งวิธีการจัดเก็บได้ เช่น “พัดเอามาตกแต่งบ้านได้” “ใช้พัดทำการแสดงก็ได้ ต้องเต้นพร้อม ๆ กัน” “พัดติดไฟง่ายต้องไว้ห่าง ๆ จากเตาไฟ ต้องเก็บใส่ถุงกันฝุ่น” “ถ้าพัดไม่ระวังก็จะไปโดนหน้า” “ต้องเก็บพัดไม่ให้โดนน้ำ เพราะพัดจะขึ้นราเปียกน้ำได้” เป็นต้น ตลอดกิจกรรมการเรียนรู้คุณครูบูรณาการการเรียนรู้ด้วยศาสตร์ทั้ง 5 (STEAM) ให้กับเด็ก ๆ คือ ด้านวิทยาศาสตร์ (Science) เช่น การสำรวจ การสังเกต การตั้งสมมติฐาน การทดลองต่าง ๆ ด้านเทคโนโลยี (Technology) เช่น การใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล การเลือกตัวเชื่อมต่อวัสดุต่าง ๆ เป็นต้น ด้านวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) เช่น การออกแบบและประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ การเลือกวัสดุ การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้มีความแข็งแรง เป็นต้น ด้านศิลปกรรมศาสตร์ (Arts) เช่น การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ การร้องเพลง เต้นรำตามจังหวะ การเล่านิทานและแสดงบทบาทสมมติ การเรียนรู้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เป็นต้น และคณิตศาสตร์ (Math) เช่น การนับ การเปรียบเทียบจำนวน ขนาด รูปทรง เป็นต้น ซึ่งช่วยให้เด็กได้พัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในอนาคต

ในสัปดาห์ที่ 7 เป็นระยะสุดท้ายของการเรียนรู้ เป็นการสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับ “พัด” ซึ่งเด็ก ๆ ช่วยกันสรุปตามประเด็นคำถามที่ตั้งไว้ได้อย่างชัดเจน และยังบอกเล่าความประทับใจจากการเรียนรู้ได้ เช่น “ได้ปฏิบัติเยอะมาก ได้ทำพัดอันเล็ก ๆ กับพัดอันใหญ่ ๆ ด้วย ได้ปั้นดินน้ำมันและทดลองเอาพัดมาทำกิจกรรมเล่นกับเพื่อน ๆ ด้วย” “ชอบเรียนรู้เรื่องพัด ได้รู้ว่าพัดทำยังไง ได้ประดิษฐ์พัดเยอะมาก ได้ทำศิลปะ ได้ทำพัดอันใหญ่ ๆ ได้ช่วยกันทำร้านขายพัด ทำร้านใหญ่เล่นขายพัดกันสนุกมาก เล่นแล้วเก็บร้านด้วย แล้วตอนเปิดร้านก็ช่วยกันมาวางพัดขาย ช่วยกันติดป้ายราคา ชอบพัดโบก ได้ลองโบกพัดโบกด้วย ต้องโบกเบา ๆ ช้า ๆ” เป็นต้น และเด็ก ๆ ช่วยกันออกแบบและตกแต่งห้องนิทรรศการ เพื่อแสดงผลงานสิ่งที่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ โดยแบ่งกลุ่ม แบ่งหน้าที่ และช่วยเหลือกันจนห้องนิทรรศการสวยงาม พร้อมต้อนรับคุณพ่อคุณแม่ และผู้ที่สนใจ หากได้เข้ามาเยี่ยมชมแล้วก็จะพบว่า เด็ก ๆ มี “พัดวิเศษ” ที่ให้อะไรได้มากกว่าลม

Project Approach เรื่อง พัด Project Approach เรื่อง พัด Project Approach เรื่อง พัด Project Approach เรื่อง พัด Project Approach เรื่อง พัด

โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่

3810 ถนนพระราม 4 , แขวงคลองตัน เขตคลองเตย, กรุงเทพ, 10110

โทรศัพท์: (0) 2 249-0081-3
แฟกซ์: (0) 2 249-4001

ติดตามเราได้ที่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เส้นทาง

แผนที่โรงเรียน : คลิกดูแผนที่

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เยี่ยมชมเว็บไซต์

เว็บไซต์
© 2026 โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่
SEO Services Supplied by Bangkok Digital Services