“ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีนำพาเราไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เด็ก ๆ ชั้นอนุบาลปีที่ 3/2 แห่ง โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของ คุณครูไก่ วิวรรณ สารกิจปรีชา กลับเลือกที่จะเดินทางย้อนเวลากลับไปนับล้านปี เพื่อไขปริศนาของสิ่งมีชีวิตที่เคยครองโลกอย่าง “ไดโนเสาร์” ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ Project Approach ที่เน้นให้เด็กๆ เป็นศูนย์กลางในการค้นคว้าและลงมือทำด้วยตนเอง
โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่มีจุดเด่นในเรื่องกิจกรรมการเรียนรู้แบบ เริ่มต้นการเรียนรู้ระยะที่ 1: จุดเริ่มต้นของความสงสัย เกิดขึ้นเมื่อเด็กๆ ร่วมกันเสนอหัวข้อที่สนใจอยากเรียนรู้ ตั้งแต่เรื่องทหาร ธนาคาร หมอฟัน มะม่วง ไปจนถึงไดโนเสาร์ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการลงคะแนน ความสนใจเรื่อง “ไดโนเสาร์” ก็ชนะใจเด็ก ๆ ไปถึง 10 คน ในระยะแรกนี้ เด็ก ๆ ได้สำรวจและถ่ายทอดประสบการณ์เดิมของแต่ละคนผ่านการเล่า การวาดภาพ การปั้นดินน้ำมัน และการประดิษฐ์จากเศษวัสดุ หลังจากนั้นเด็ก ๆ ช่วยกันตั้งคำถามที่น่าสนใจมากมาย เช่น “อยากรู้กระดูกของไดโนเสาร์เป็นยังไง” “หนูอยากรู้ว่าไดโนเสาร์มันสูญพันธุ์ได้ยังไง” เป็นต้น ซึ่งสรุปเป็นประเด็นคำถามร่วมกันได้ คือ ไดโนเสาร์คืออะไร มาจากไหน ลักษณะและส่วนประกอบ ชนิดหรือสายพันธุ์ ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการสูญพันธุ์ เมื่อได้ประเด็นคำถามแล้ว เด็ก ๆ ช่วยกันคิดวิธีหาคำตอบ เช่น “สืบค้นที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์” “ไปดูที่ท้องฟ้าจำลองอยู่ที่ชั้น 2” “เข้า Google สืบค้นหาข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์เรื่องไดโนเสาร์” เป็นต้น
ระยะที่ 2: ระยะสืบค้น เด็ก ๆ ได้เปลี่ยนห้องเรียนเป็นห้องปฏิบัติการของ “นักสืบจิ๋ว” เริ่มต้นหาคำตอบด้วยการแบ่งกลุ่มช่วยกันสืบค้นข้อมูลว่า ไดโนเสาร์คืออะไร มาจากไหน จากสื่อที่หลากหลาย ทั้งจากหนังสือ สารานุกรม การดูสารคดีผ่าน YouTube แล้วช่วยกันสรุปข้อมูลได้ว่า “ไดโนเสาร์ คือ ชื่อสัตว์เลื้อยคลานยุคดึกดำบรรพ์หลายชนิด รูปร่างคล้ายกิ้งก่า ถือกำเนิดขึ้นประมาณ 230 ล้านปีก่อน และเคยครองโลกในมหายุคมีโซโซอิก ไดโนเสาร์ มี 3 ยุค ได้แก่ ยุคไทรแอสซิก เป็นยุคแรกจากบรรพบุรุษที่เรียกว่า อาร์โคซอร์ (archosaur) ซึ่งเป็นกลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน ยุคจูราสสิก เป็นยุคที่ไดโนเสาร์เจริญรุ่งเรือง มีไดโนเสาร์หลากหลายชนิดถือกำเนิดขึ้นและขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว และยุคครีเทเชียส เป็นยุคที่ไดโนเสาร์มีจำนวนมากที่สุดและหลากหลายที่สุด ก่อนจะสูญพันธุ์ไปเมื่อประมาณ 65 ล้านปีก่อน”
เด็ก ๆ สืบค้นหาคำตอบ ในประเด็นต่อมา คือ ลักษณะและส่วนประกอบ ด้วยการสังเกต สำรวจตุ๊กตาจำลอง บัตรภาพไดโนเสาร์ และดูการเคลื่อนไหวของไดโนเสาร์จาก YouTube ช่วยกันวิเคราะห์ไดโนเสาร์เป็นส่วน ๆ เช่น ขาและท่าทางการยืน ฟันและกราม หาง โครงกระดูก ผิวหนังและขน เป็นต้น แล้วนำมาสรุปร่วมกันว่ามีลักษณะอย่างไร เช่น “ไดโนเสาร์ตัวที่กินปลามีฟันแหลมคม นิ้วเท้ามันก็แหลม เล็บมันแหลมมาก ลิ้นของทีเร็กซ์มันยาว” “ไดโนเสาร์มีตา ขาแข็งแรงทำให้วิ่งเร็ว หาง อุ้งเท้า และมีกรงเล็บครับ” และยังได้สืบค้นถึงอวัยวะภายในของไดโนเสาร์ แล้วสรุปข้อมูลร่วมกัน เช่น “ปอดอยู่ใกล้ ๆ กับถุงลม มีหน้าที่เอาไว้หายใจ ปอดมีลักษณะเป็นวงรีค่ะ” “หัวใจของไดโนเสาร์อยู่ใกล้กับปอด หัวใจมีหน้าที่สูบฉีดเลือดและแลกเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และออกซิเจนเหมือนกับตัวเราเลยเหมือนคนเลย ถ้าไม่มีหัวใจก็ตายค่ะ” “ลำไส้อยู่ในท้องใกล้ ๆ กับกระเพาะอาหารค่ะ” เป็นต้น
เด็ก ๆ ช่วยกันสืบค้นประเด็นถัดมา คือ ชนิดหรือสายพันธุ์ โดยมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เดิมกันก่อนสืบค้น เช่น “ไดโนเสาร์มี 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์กินเนื้อกับกินพืชค่ะ หนูรู้จักไดโนเสาร์ชื่อทีเร็กซ์มันกินเนื้อแล้วมันตัวใหญ่ มันมีฟันแหลม แล้วหนูก็รู้จักบรอนโตซอรัสมันคอยาวมีหัวเล็ก มันกินพืชเป็นอาหารค่ะ เดิน 4 ขา รู้จักไทรเซราทอปส์มัน มีเขาสามเขาและมันมีแผงคอเหมือนสิงโต มันกินพืชเป็นอาหาร แล้วหนูก็รู้จัก สเตโกซอรัสมันตัวใหญ่กินพืช” ซึ่งหลังจากแบ่งกลุ่มช่วยกันสืบค้นแล้วนำมาสรุปให้เพื่อน ๆ ฟัง เช่น “การจำแนกไดโนเสาร์ แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ แบ่งจากกระดูกเชิงกราน” และสืบค้นเกี่ยวกับพันธุ์ไดโนเสาร์ ๕ สายพันธุ์ แล้วมาเล่าแลกเปลี่ยนกับเพื่อน ๆ เช่น “ไดโนเสาร์พันธุ์สไปโนซอรัสเป็นไดโนเสาร์กินปลาและเนื้อสัตว์เป็นอาหาร มันมีรูปร่างหน้าตาน่ากลัว มันมีแผงเรือใบขนาดใหญ่บนหลัง” “ไดโนเสาร์พันธุ์ไทแรนโนซอรัส มันเดิน 2 ขา มีกะโหลกศีรษะที่ใหญ่และสร้างความสมดุลมันจึงมีหางที่มีน้ำหนักมาก” “ไดโนเสาร์พันธุ์ไทรเซราทอปส์ มีอุ้งเท้า มีเล็บ เดิน 4 ขา ช้า ๆ มีเขา 3 เขา เขาที่ 3 แหลมคมที่หน้า มีปากเหมือนนก” “ไดโนเสาร์พันธุ์อิสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชี มันเป็นสัตว์กินพืช มันยืน 4 ขา มันมีหางที่ยาวคอก็ยาว” “ไดโนเสาร์พันธุ์สเตโกซอรัส มีหนามแหลมที่หางใช้ป้องกันตัว มีแผ่นกระดูกใหญ่เรียงบนหลัง เดิน 4 ขาช้า ๆ มีขนาดใหญ่ มีขาหลังยาว ขาหน้าสั้น มันกินพืชเตี้ย ๆ เป็นอาหาร”
และได้ฝึกทำ Venn Diagram เปรียบเทียบความเหมือนและความต่างของสายพันธุ์ คุณครูได้พาเด็ก ๆ ไปสืบค้นให้ลึกยิ่งขึ้นที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ห้องนิทรรศการไดโนเสาร์ ชั้น 2 อาคาร 4 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพฯ เมื่อกลับมาได้เล่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เช่น “หนูไปท้องฟ้าจำลองหนูเห็นไดโนเสาร์ มันกำลังกินไดโนเสาร์อยู่ และได้เห็นไดโนเสาร์ไทรเซราทอปส์ มันเดินอยู่ หนูได้ไปกดปุ่มไฟที่มีไฟให้เรารู้ว่าปอดของไดโนเสาร์อยู่ตรงไหน แล้วก็มีไฟให้รู้ว่าปอดของคนอยู่ตรงไหน แต่หนูดูแล้วมันไม่เหมือนเพราะว่าไดโนเสาร์มันงอตัวอยู่แต่คนยืนตรง แต่เขามีปอด มีสมอง มีลำไส้ มีอวัยวะภายในเหมือนกับคนค่ะ แล้วหนูก็ได้ไปวาดรูปไดโนเสาร์ หนูไปวาดรูปไดโนเสาร์ที่มันเหมือนนกกระจอกเทศ มันมีปาก หัวกลม ๆ และมันยืนเหมือนนกกระจอกเทศเลยค่ะ แล้วหนูก็ไปดูคนขุดฟอสซิล หนูได้เห็นซากฟอสซิลด้วยค่ะ ทางเข้ามีบ่อทรายไว้ให้เด็กขุดซากฟอสซิลด้วยค่ะ”
ในสัปดาห์ต่อมาได้สืบค้นในประเด็น ธรรมชาติของไดโนเสาร์และการสืบพันธุ์ ได้คำตอบว่า “ไดโนเสาร์ออกลูกเป็นไข่ ไข่ไดโนเสาร์เป็นวงรีใหญ่ ๆ ที่เขาจำลองขึ้นมาเป็นสีน้ำตาล” และยังได้เปรียบเทียบขนาดและรูปทรงไข่ไดโนเสาร์จำลองและไข่ชนิดต่าง ๆ เช่น ไข่ไก่ ไข่เป็ด ไข่นกกระทา และแยกประเภทของสัตว์ที่ออกลูกเป็นตัวและเป็นไข่ได้ การสืบค้นในประเด็นต่อมา คือ สิ่งแวดล้อมและที่อยู่อาศัย เด็ก ๆ ได้ตั้งสมมติฐานกัน เช่น “ไดโนเสาร์มันชอบบินอยู่ในป่า บางตัวมันก็อยู่ใกล้แหล่งน้ำ เขาคอยาวจะอยู่อาศัยอยู่ในป่า” แต่หลังจากสืบค้นแล้วมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ว่า “ไดโนเสาร์อยู่ในป่าพรุ ป่าเหล่านี้คล้ายกับป่าริมฝั่งแม่น้ำ ต่างกันตรงที่เป็นที่อยู่อาศัยของพืชเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของไดโนเสาร์ ป่าพรุมันมีน้ำเยอะทำให้ต้นไม้เติบโต ไดโนเสาร์กินพืชก็จะมาอยู่และบางตัวไดโนเสาร์ที่กินเนื้อก็จะมากินไดโนเสาร์ที่กินพืชแล้วก็กินปลาได้ด้วย”
และคุณครูได้พาเด็ก ๆ ไปค้นหาคำตอบเพิ่มเติมที่ Jurassic World :The Experience เด็ก ๆ ได้สำรวจ สังเกตไดโนเสาร์ ดูลักษณะ สรีระ รูปร่าง ความเป็นอยู่ของไดโนเสาร์แอนิเมทรอนิกส์ขนาดเท่าของจริง ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าตื่นตาตื่นใจ เด็ก ๆ ได้สนุกกับการผจญภัยเสมือนจริง กลับมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง เช่น “หนูได้ไปทัศนศึกษาที่ Jurassic Park หนูได้ไปเห็นไดโนเสาร์ แล้วก็กระดูกของไดโนเสาร์มันใหญ่ ข้างในก็มีไดโนเสาร์เยอะค่ะ มีไดโนเสาร์คอยาว มีไดโนเสาร์กินพืช มันตัวเล็ก และมีไดโนเสาร์ที่มีลูกตุ้มอยู่ที่หางมันเอาไว้ต่อสู้ และได้ไปจับไดโนเสาร์และหนูเห็นแรปเตอร์โผล่ออกมาจากกรง ได้เห็นไดโนเสาร์มันเดินมาและมีอีกตัวก็เดินมาต่อสู้กันค่ะ หนูได้เจอทีเร็กซ์มันตัวใหญ่ หนูได้สำรวจไข่ไดโนเสาร์ว่าเป็นไข่ของไดโนเสาร์ตัวไหนมีไข่ใบใหญ่สุด เป็นของไดโนเสาร์คอยาวค่ะ” “ไดโนเสาร์มี 13 สายพันธุ์ที่ค้นพบในประเทศไทย” “ไดโนเสาร์ภูเวียงเวเนเตอร์ แย้มนิยมมิ เจอที่ขอนแก่นครับ เดิน 2 ขา กินเนื้อเป็นอาหารครับ”
เมื่อเด็ก ๆ รู้จักไดโนเสาร์มากขึ้น จึงช่วยกันแต่งนิทานเกี่ยวกับไดโนเสาร์ เช่น เรื่อง เป็นเพื่อนกันไหม เรื่อง ไดโนเสาร์หลงทาง เป็นต้น และในประเด็นสุดท้ายของการสืบค้น คือ การสูญพันธุ์ เด็ก ๆ ได้พบกับคุณเคน กษิดิศ เอี่ยมละออ นักบรรพชีวินวิทยา เจ้าของช่อง YouTube และ Facebook เพจ Mr.DinoDigger และผู้อยู่เบื้องหลังนิทรรศการ Thainosaur มาให้ความรู้เด็ก ๆ เกี่ยวกับการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์และการขุดซากดึกดำบรรพ์ เด็ก ๆ ได้ซักถามในสิ่งที่สงสัย ค้นหาจากอินเทอร์เน็ต และสารานุกรมเพิ่มเติมจนได้คำตอบว่า “มีอุกกาบาตมาชนโลก เกิดภูเขาไฟระเบิดมีลาวาไหลออกมา ไดโนเสาร์ก็ตายเพราะพิษจากลาวา” ซึ่งเด็ก ๆ ได้ทดลองวิทยาศาสตร์ ทำภูเขาไฟระเบิดจำลอง และลองขุดฟอสซิลกันอย่างสนุกสนาน
ตลอดระยะเวลาของการเรียนรู้ Project Approach คุณครูจะบูรณาการ STEAM ให้เด็กได้เรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ (Science) จากการตั้งสมมติฐาน ค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเองผ่านการทดลอง การสังเกต การวิเคราะห์และสรุปผลจากการเรียนรู้ ได้เรียนรู้ด้านเทคโนโลยี (Technology) จากการใช้เครื่องมือ สื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต Bee Bug Sensory Play เป็นต้น ได้เรียนรู้ด้านวิศวกรรม (Engineering) จากการออกแบบ เลือกวัสดุ และประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง ได้เรียนรู้ด้านศิลปะ (Arts) จากการสร้างสรรค์ผลงานตามจินตนาการด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น วาดภาพ ระบายสี ปั้นดินน้ำมัน ซึ่งรวมไปถึงดนตรีและภาษาที่สอดแทรกในกิจกรรมการเรียนรู้ และได้เรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematics) จากการเปรียบเทียบ กะประมาณ รูปทรง การชั่งวัดตวง จากสิ่งที่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ช่วยให้เกิดทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทักษะการสื่อสาร ทักษะการสำรวจ การสังเกต รู้จักตั้งสมมติฐาน คิดอย่างมีเหตุผล คิดแก้ปัญหา มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กที่ต้องศึกษาและเรียนรู้ต่อไปในอนาคต
ในระยะที่ 3 เป็นระยะสุดท้ายของการเรียนรู้ เด็ก ๆ ได้ช่วยกันสรุปคำตอบของประเด็นคำถามที่ตั้งไว้ในทุกประเด็นได้อย่างชัดเจน และได้ช่วยกันออกแบบนิทรรศการ โดยจัดห้องเรียนเป็นป่าจำลองซึ่งเป็นที่อยู่ของไดโนเสาร์ มีทะเลสาบ ไดโนเสาร์ตัวน้อยตัวโตพันธุ์ต่าง ๆ และรอยเท้าไดโนเสาร์ นำวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ มาช่วยกันลงมือประดิษฐ์ นำผลงานจากการเรียนรู้ทั้งภาพวาด งานปั้น งานประดิษฐ์มาตกแต่งห้องให้สวยงามและน่าสนใจ พร้อมทั้งช่วยกันแต่งเพลงไดโนเสาร์และร้องเต้นกันอย่างสนุกสนาน เตรียมต้อนรับคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง และผู้สนใจเข้าเยี่ยมชม และนำทุกท่านย้อนกลับไปสัมผัสกับบรรยากาศโลกล้านปีในจินตนาการของเด็ก ๆ
โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่
3810 ถนนพระราม 4 , แขวงคลองตัน เขตคลองเตย, กรุงเทพ, 10110
โทรศัพท์: (0) 2 249-0081-3เยี่ยมชมเว็บไซต์
เว็บไซต์