“ช็อกโกแลต มีประโยชน์เยอะเลยค่ะ ทำให้เราอารมณ์ดีขึ้นเวลาที่เราทานเข้าไป เพราะว่าช็อกโกแลตมีสารอะนันดาไมด์ แล้วช็อกโกแลตก็ยังส่งผลดีต่อการทำงานของเซลล์สมอง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อมด้วยค่ะ” “ช็อกโกแลตที่มีประโยชน์มากที่สุด คือ ประเภทดาร์กช็อกโกแลตครับ เพราะว่ามีความเข้มข้นของโกโก้สูงครับ ในช็อกโกแลตมีสารคาเฟอีน กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายครับ แล้วก็มีสารฟลาโวนอยด์ เสริมความแข็งแรงของหลอดเลือดหัวใจและสมองครับ” นี่คือประโยชน์ของ “ช็อกโกแลต” ที่เด็ก ๆ ชั้นอนุบาล 3/1 บอกเล่าจากประสบการณ์และองค์ความรู้ที่ตกผลึกอยู่ในส่วนลึกของความทรงจำ หลังจากได้เรียนรู้อย่างลุ่มลึกเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาสนใจ ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ Project Approach ซึ่งเป็นจุดเด่นของโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ ที่ในแต่ละปีการศึกษาจะมีผู้ปกครองและผู้สนใจจากโรงเรียนต่าง ๆ เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการ Project Approach เป็นจำนวนมาก ซึ่งภายในนิทรรศการ “ช็อกโกแลต” ท่านจะเห็นกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองของเด็ก ๆ อย่างเป็นขั้นตอน จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ และวิธีการสืบค้นข้อมูลที่หลากหลาย พร้อมทั้งผลงานของเด็ก ๆ ที่ได้สร้างสรรค์ตามจินตนาการ จัดวางและประดับตกแต่งอย่างสวยงามและน่าสนใจ
กระบวนการเรียนรู้ของเด็ก ๆ แบ่งเป็น 3 ระยะ เริ่มจากระยะที่ 1 เป็นระยะเริ่มต้น ที่ใช้เวลา 1 สัปดาห์ในการหาหัวข้อเรื่องที่สนใจอยากเรียนรู้ร่วมกัน โดยคุณครูให้เด็ก ๆ ทุกคนได้นำเสนอหัวข้อเรื่องที่ตนเองสนใจพร้อมทั้งให้เหตุผล เช่น “อยากเรียนเรื่องโทรศัพท์ครับ เพราะว่าอยากรู้ว่าทำไมโทรศัพท์ถึงโทรหากันได้ครับ” “อยากเรียนเรื่องช็อกโกแลตค่ะ เพราะไปปรึกษากับคุณแม่มาค่ะ แล้วก็อยากรู้ว่าช็อกโกแลตมันทำยังไงค่ะ” “อยากเรียนเรื่องทรายครับ เพราะอยากรู้ว่าทำไมที่ทะเลถึงมีทรายเต็มไปหมดเลยครับ” เป็นต้น แต่เมื่อสรุปหัวข้อเรื่องร่วมกันแล้ว ได้หัวข้อเรื่องทั้งหมด 7 เรื่อง ได้แก่ สิงโต ข้าวปั้น ราเม็ง ช็อกโกแลต คุกกี้ เค้ก และโทรศัพท์ และคุณครูให้เด็กทุกคนได้ลงคะแนนเลือกเรื่องที่สนใจมากที่สุด โดยเขียนชื่อไปติดที่ช่องกราฟ เมื่อสรุปผลจากกราฟ เรื่องช็อกโกแลตมีคะแนนมากที่สุด 9 คะแนน เด็ก ๆ จึงตกลงร่วมกันว่าจะเรียนรู้เรื่อง “ช็อกโกแลต” คุณครูจัดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์เดิมของแต่ละคนเกี่ยวกับช็อกโกแลตผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ เช่น วาดภาพด้วยสีไม้ สีเทียน สีเมจิก สีน้ำ การประดิษฐ์จากเศษวัสดุ ต่อพลาสติกสร้างสรรค์ การปั้นดินน้ำมัน เป็นต้น และบอกเล่าให้เพื่อน ๆ ได้ฟัง เช่น “รู้ว่าช็อกโกแลตมันมาจากต้นไม้ชนิดหนึ่งครับ แต่ว่าไม่รู้ชื่อ แต่ที่ได้ออกมามันเป็นเมล็ดครับ” “รู้ว่าช็อกโกแลตมันเกิดมาจากเมล็ดของโกโก้ครับ คนเอาเมล็ดของโกโก้มาปั่นให้มันร้อน ๆ แล้วมันก็จะเป็นน้ำครับ แล้วคนก็จะเอาน้ำมาทำเป็นช็อกโกแลตครับ” “ช็อกโกแลตมันมีหลายแบบครับ มีแบบรสขม รสหวาน รสชาเขียวด้วยครับ เคยกินไอติมช็อกโกแลต เคยกินเค้กรสช็อกโกแลตด้วยครับ” เป็นต้น
แล้วจึงได้พูดคุยร่วมกัน ถึงสิ่งที่อยากรู้เกี่ยวกับช็อกโกแลต สรุปเป็น Web สิ่งที่เด็กอยากรู้ได้ 6 ประเด็น ได้แก่ ช็อกโกแลตคืออะไร ช็อกโกแลตมาจากไหน รูปร่างรูปทรง / สี วิธีการทำช็อกโกแลต รสชาติ ประโยชน์ / โทษ พร้อมทั้งเสนอวิธีการค้นหาคำตอบและแหล่งข้อมูล เช่น “จะไปถามคนที่ทำช็อกโกแลตครับ” “เราเปิดคอมพิวเตอร์ก็ได้ค่ะ แล้วเข้าไปที่ Google แล้วก็หาคำว่าช็อกโกแลตค่ะ แล้วมันก็จะมีข้อมูลขึ้นมาให้เราค่ะ” “เราก็ไปเปิดหนังสือพจนนุกรมดูเหมือนตอนที่เราเรียนเรื่องอื่นค่ะ” “เราก็สามารถไปหาข้อมูลที่เราอยากจะรู้ได้จากหลายที่เลยครับ เช่น ถาม AI ถามคนที่ทำช็อกโกแลต หรือไปที่ร้านขายช็อกโกแลตครับ” เป็นต้น
เด็ก ในสัปดาห์ที่ 2 จนถึงสัปดาห์ที่ 6 เป็นการเรียนรู้ระยะที่ 2 การสืบค้นหาคำตอบในสิ่งที่อยากรู้ เริ่มจากประเด็นคำถามแรก คือ ช็อกโกแลตคืออะไร โดยเด็ก ๆ ได้ลองคาดคะเนคำตอบ เช่น “ช็อกโกแลตคือขนมที่ทำมาจากต้นไม้ที่ชื่อว่าต้นคาเคาครับ เป็นของประเทศแอฟริกา แต่คนไทยเรียกว่าต้นโกโก้ครับ” “ช็อกโกแลตคือสิ่งที่ทำมาจากนมครับ มีรสหวาน มีรสขม และมีกลิ่นหอมครับ” เป็นต้น แล้วจึงได้สืบค้นจากหนังสือพจนานุกรม หนังสือสารานุกรมฉบับเยาวชน หนังสือปทานุกรม และพยายามอ่านความหมายที่พบให้เพื่อน ๆ ฟัง และสรุปร่วมกันได้ว่า “ช็อกโกแลต คือ ขนมหวานทำจากเมล็ดโกโก้ นม น้ำตาล มีหลายชนิด เรียกสีอย่างสีน้ำตาลไหม้ว่า สีช็อกโกแลต ภาษาอังกฤษเรียกว่า Chocolate” และเด็ก ๆ ได้สืบค้นไปถึงต้นกำเนิดของช็อกโกแลตจากอินเทอร์เน็ตและหนังสือประวัติศาสตร์ช็อกโกแลต แล้วมาสรุปร่วมกันได้ว่า “ช็อกโกแลตมีต้นกำเนิดมาจากต้นไม้ชนิดหนึ่งในประเทศแถบแอฟริกาเรียกว่า ต้นคาเคา แต่คนไทยรู้จักกันในชื่อ ต้นโกโก้ มาจากภาษามายา ซึ่งเป็นการผสมคำระหว่าง Chocol ที่แปลว่าร้อน กับคำว่า atl ของชาวแอซแท็ก รวมกันเป็น Chocolatl (ช็อกโกลาตส์) และต่อมาได้เพี้ยนเป็นคำว่าช็อกโกแลตตามสำเนียงภาษาอังกฤษ ในด้านประวัติศาสตร์โบราณ ในช่วงศตวรรษที่ 14 เมล็ดคาเคาเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในหมู่ชาวมายาและชาวแอซแท็ก ซึ่งในสมัยนั้นเมล็ดคาเคามีค่ามากจนถูกนำมาใช้แทนเงินในการซื้อขายและใช้เป็นเครื่องบรรณาการ ชาวแอซแท็กนิยมนำเมล็ดคาเคามาทำเป็นเครื่องดื่มร้อนที่ผสมเครื่องเทศ เช่น พริกไทย พริกแห้ง และแป้งข้าวโพด วิธีการชงแบบโบราณจะต้องนำเมล็ดไปคั่ว บดให้ละเอียด เติมน้ำร้อนให้เป็นฟอง แล้วจึงใส่น้ำผึ้งกับวานิลลาลงไปเพื่อให้มีกลิ่นหอม สำหรับประวัติของช็อกโกแลตในประเทศไทยนั้น ช็อกโกแลตเดินทางเข้ามาสู่ประเทศไทยครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2446 โดยมีหลวงราชเคนิกรเป็นผู้นำต้นโกโก้เข้ามาปลูกเป็นคนแรก ปี พ.ศ. 2522 อุตสาหกรรมโกโก้ในไทยจึงเริ่มมีการพัฒนาอย่างจริงจัง เมื่อ พ.ต.อ. กฤช สังขทรัพย์ ได้นำพันธุ์โกโก้จากประเทศมาเลเซียมาทดลองปลูกที่จังหวัดชุมพร จนนำไปสู่การค้นพบ โกโก้พันธุ์ลูกผสมชุมพร 1”
หลังจากที่ได้รู้จัก ที่มาของช็อกโกแลตแล้ว คุณครูได้จัดหาต้นโกโก้และเมล็ดมาให้เด็ก ๆ ได้สำรวจและสังเกตด้วยการใช้ประสาทสัมผัส แล้วนำมาพูดคุยสรุปร่วมกัน เช่น “ต้นอ่อนโกโก้มีใบใหญ่สีเขียวเข้มครับ ใบมันขรุขระ ผลของโกโก้ใหญ่มาก ผลสุกจะมีสีเหลือง เปลือกหนาและแข็ง ผ่าออกมามีเมล็ด เราสามารถชิมได้ มันจะหวาน ๆ เปรี้ยว ๆ ครับ” เป็นต้น แล้วได้ลองปลูกต้นโกโก้โดยใช้เมล็ดและต้นอ่อน โดยเด็ก ๆ สามารถบอกเล่าขั้นตอนการปลูกได้อย่างเป็นขั้นตอน เช่น “ก่อนที่เราจะปลูกเราต้องเอาเมล็ดโกโก้ออกจากผลก่อนครับ แล้วเอาไปแช่น้ำ จากนั้นก็ตากลม แล้วก็มาเตรียมกระถาง แล้วตักดินใส่ให้เกือบเต็มครับ แล้วก็เอาเมล็ดโกโก้มาหย่อนลงในดินและกลบดินครับ แล้วต้องรดน้ำด้วยครับ” “ตอนที่ปลูกต้นอ่อนโกโก้เราต้องเอาต้นอ่อนของโกโก้ออกจากถุงพลาสติกที่หุ้มไว้ค่ะ ย้ายไปใส่ไว้ที่กระถางต้นไม้ แล้วก็ตักดินที่ผสมปุ๋ยใส่ลงไปให้เต็มแล้วก็กดให้แน่น แล้วก็รดน้ำ นำไปวางไว้ให้โดนแดดอ่อน ๆ ค่ะ” เป็นต้น ซึ่งเด็ก ๆ ได้คอยสังเกตการเปลี่ยนแปลง วัดความสูง และจดบันทึกการเจริญเติบโตของต้นโกโก้อย่างต่อเนื่อง
และเพื่อให้เด็กได้ค้นหา คำตอบเกี่ยวกับรสชาติของช็อกโกแลต คุณครูจึงได้จัดเตรียมช็อกโกแลตประเภทต่าง ๆ มาให้เด็ก ๆ ชิมรสชาติ พูดคุย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็นกัน เช่น “ประเภทของช็อกโกแลตมีมิลค์ช็อกโกแลตมีโกโก้ผสม 32 % ไวท์ช็อกโกแลตมีไขมันของโกโก้ผสมอยู่ 26 % ดาร์กช็อกโกแลตมีโกโก้ผสม 70 % Unsweetened มีโกโก้อยู่ 99 % เยอะที่สุดมีรสขมไม่หวานเลยครับ” “ประเภทของช็อกโกแลตมีไวท์ช็อกโกแลตสีขาวนวล ๆ มีกลิ่นของนม รสหวานมากค่ะ ดาร์กช็อกโกแลตมีสีน้ำตาลเข้ม รสชาติขมค่ะ มิลค์ช็อกโกแลตมีรสหวาน สีน้ำตาลอ่อน หอมโกโก้ค่ะ Unsweetened Chocolate มีสีเกือบดำ รสชาติขมมาก ไม่หวานเลยเพราะว่ามีโกโก้เยอะ 99 % ค่ะ” เป็นต้น เด็ก ๆ ยังได้รับประสบการณ์ตรงจากคุณอิสราภรณ์ ฤดีจรัสวัลย์ ผู้ปกครองของน้องเรย์ เจ้าของสวนโกโก้ที่เขาใหญ่ ที่เข้ามาให้ความรู้และตอบข้อสงสัยของเด็ก ๆ และให้เด็ก ๆ ได้เห็นและลงมือทำขั้นตอนต่าง ๆ ของการผลิตโกโก้ แล้วเด็ก ๆ ได้มาเล่าสรุปร่วมกันได้ เช่น “วิทยากรมาสอนหนูเรื่องช็อกโกแลต เราจะต้องหมักเมล็ดโกโก้ก่อน แล้วก็เอาไปตากแดด เอาเมล็ดโกโก้ไปคั่วเพื่อทำเป็นโกโก้นิบส์ แยกเปลือกของเมล็ดโกโก้กับเนื้อโกโก้ออกก่อน แล้วก็เอาโกโก้นิบส์ไปทำเป็นช็อกโกแลตค่ะ” “หนูได้ทำโกโก้นิบส์ค่ะ หนูเอาเมล็ดโกโก้ที่คั่วแล้วมาตำในครก ตำไม่ต้องละเอียดแค่ให้ให้เปลือกของโกโก้มันออกมาจากเมล็ดโกโก้ค่ะ วิทยากรบอกว่าเปลือกของเมล็ดโกโก้ที่คั่วแล้วสามารถสร้างรายได้โดยนำไปทำชาคาเคาได้ด้วยค่ะ เมล็ดโกโก้ที่เรากะเทาะออกมาจากเปลือกแล้วก็จะเอาไปทำให้เป็นช็อกโกแลต โดยใส่ส่วนผสมต่าง ๆ ต่อไปค่ะ” เด็ก ๆ ยังคงสนุกกับการเรียนรู้และอยากลองทำช็อกโกแลตร้อน แบบต้นตำหรับของชาวแอซแท็กโบราณ จึงช่วยกันหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตและหนังสือ แล้วลงมือทำอย่างเป็นขั้นตอนและชิมฝีมือของตนเอง พร้อมทั้งแสดงความรู้สึกที่หลากหลาย เช่น “คั่วเมล็ดโกโก้ในกระทะ แล้วก็ต้องเอาเปลือกมันออกจากเนื้อก่อนครับ แล้วเราก็เอาเนื้อที่ได้ไปตำแล้วก็บดให้ละเอียดจนเป็นผงเลยครับ จากนั้นเราก็ตักผงโกโก้ที่ตำ 1 ช้อน ใส่ลงไปในแก้ว เติมน้ำร้อนแล้วก็คนให้มันละลายครับ แล้วก็เติมน้ำผึ้งลงไป คน ๆ แล้วก็ดื่มครับ รสชาติขม ๆ หวาน ๆ ครับ” “วันนี้ทำช็อกโกแลตร้อนแบบชาวแอซแท็กครับ ต้องเอาเมล็ดโกโก้ไปคั่ว แล้วก็เอาเมล็ดโกโก้ไปบดตำให้เป็นผง แล้วเติมน้ำร้อน ใส่น้ำผึ้งแล้วก็คน ๆ ชิมแล้วมันมีกลิ่นคล้าย ๆ กาแฟเลยครับ แต่พอเติมนมข้นหวานไปสีของน้ำช็อกโกแลตเปลี่ยนไป แล้วก็มีกลิ่นหอมขึ้นครับ รสชาติก็อร่อยขึ้นครับ” เป็นต้น
และเพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้กระบวนการผลิตช็อกโกแลตมากยิ่งขึ้น คุณครูได้จัดทัศนศึกษาที่โรงงานช็อกโกแลตและโกโก้ Chocolasia Chocolate & Cacao โดยมีวิทยากรอธิบาย พาเดินชมสวนโกโก้ ดูกระบวนการผลิต และให้เด็ก ๆ ได้ลงมือทำช็อกโกแลตจากเครื่องขนาดเล็กและตกแต่งช็อกโกแลตบาร์ของตนเอง แล้วกลับมาเล่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เช่น “หนูไปโรงงานช็อกโกแลต ได้ไปดูสวนโกโก้ มีต้นโกโก้เยอะมากค่ะ ต้นโกโก้มีผลเยอะมาก มีผลสีเขียว สีเหลือง แล้วก็มีผลสีดำ แต่วิทยากรบอกว่า ผลสีดำมันจะไม่โตแล้วต้องเก็บทิ้งค่ะ แล้วหนูก็ได้ทำดาร์กช็อกโกแลต ได้ตกแต่งช็อกโกแลตของตัวเอง หนูใช้ไวท์ช็อกโกแลตที่ผสมสีขาว สีเหลือง สีชมพู มาวาดตกแต่งบนแท่งดาร์กช็อกโกแลตด้วยค่ะ”
เมื่อเด็ก ๆ ได้เรียนรู้ขั้นตอนการทำโกโก้และช็อกโกแลตแล้ว เด็ก ๆ ได้ร่วมกันทำ Venn Diagram เปรียบเทียบความเหมือนและความต่างของโกโก้กับช็อกโกแลต และสรุปร่วมกันได้ เช่น “ช็อกโกแลตกับโกโก้มีชื่อเรียกต่างกัน วิธีทำไม่เหมือนกัน แต่มาจากผลของโกโก้เหมือนกันครับ” “ผงโกโก้มันมาจากเมล็ดโกโก้ 100 % แต่ช็อกโกแลตต้องเอาเมล็ดโกโก้มาผสมกับน้ำตาล นม หรือ สี เพื่อให้ได้ออกมาเป็นช็อกโกแลตรสชาติต่าง ๆ ที่เราต้องการครับ” เด็ก ๆ ยังสืบค้นหาคำตอบต่อในประเด็น รูปร่างรูปทรง / สี โดยเปิดหนังสือและพิมพ์ค้นหาในอินเทอร์เน็ต แล้วนำข้อมูลที่ได้มาสรุปร่วมกัน เช่น “ช็อกโกแลตมีรูปวงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม หัวใจ มีแบบบาร์ แบบแท่ง หรือขึ้นอยู่กับความต้องการของคนที่ทำช็อกโกแลตครับ ถ้าเรามีบล็อกหรือพิมพ์รูปอะไรเราก็ใช้ได้ครับ” “ช็อกโกแลตมีหลายรูปทรงครับ โดยคนที่ทำจะนำช็อกโกแลตเหลวไปเทลงในแม่พิมพ์หรือบล็อก ซิลิโคน โลหะ หรือพลาสติก รูปทรงต่าง ๆ เพื่อสร้างช็อกโกแลตให้ได้ตามที่ต้องการ ตั้งแต่รูปทรงง่าย ๆ ไปจนถึงรูปทรงที่ซับซ้อนครับ” แล้วจึงได้ลองทำมิลค์ช็อกโกแลตรูปทรงต่าง ๆ โดยคุณครูจัดหาบล็อก / พิมพ์หลากหลายรูปแบบมาให้ พร้อมทั้งอุปกรณ์และส่วนผสมในการทำ เด็ก ๆ ตั้งใจและสนุกกับการทำ และเล่าขั้นตอนการทำได้ เช่น “ตวงน้ำตาล 100 กรัม ผงโกโก้ 90 กรัม เนยโกโก้ 150 กรัม นมผง 75 กรัม เราต้องละลายเนยโกโก้ก่อนแล้วก็ใส่น้ำตาล ใส่ผงโกโก้ แล้วก็นมผง คนให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายและเข้ากัน ประมาณ 30 นาที แล้วก็หยอดใส่พิมพ์ แล้วก็ไปแช่เย็น ทานแล้วอร่อยหวาน เหนียวหนึบ ๆ ครับ” และเด็ก ๆ สนใจทำขนมที่มีช็อกโกแลตเป็นส่วนผสม จึงช่วยกันสืบค้นและตกลงกันได้ว่าจะทำ “ช็อกบอล” คุณครูจึงได้ช่วยจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์และส่วนผสมต่าง ๆ ให้เด็ก ๆ ได้ลงมือทำ และพูดคุยแสดงความคิดเห็นร่วมกัน เช่น “เอาขนมปังไปปั่นในเครื่องปั่นจนละเอียดค่ะ แล้วก็เอาผงโกโก้ไปละลายในน้ำร้อน แล้วก็เอามาเทใส่ในชามที่มีขนมปังค่ะ แล้วก็คลุกให้เข้ากัน จากนั้นก็ปั้น ๆ ให้เป็นลูกกลม ๆ เอาไปแช่ตู้เย็น 15 นาที แล้วก็เอามาจุ่มช็อกโกแลตกับไวท์ช็อกโกแลตค่ะ โรยเรนโบว์ อร่อยมากเลย กินหมดลูกเลย แล้วก็ได้เอากลับบ้านด้วยค่ะ”
เด็ก ๆ สืบค้นหาคำตอบมาถึงประเด็นสุดท้าย ประโยชน์และโทษของช็อกโกแลต ได้สืบค้นจนได้คำตอบและนำมาพูดคุยสรุปร่วมกันได้ว่า “ดาร์กช็อกโกแลตมีประโยชน์มากที่สุด มีสารอาหารที่ประกอบด้วย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และแร่ธาตุต่าง ๆ มีคุณค่าของใยอาหาร ซึ่งมีความจำเป็นต่อร่างกาย และยังมีสารทิโอโบรมีน ช่วยลดความดันโลหิต กระตุ้นการเต้นของหัวใจ สามารถลดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้ มีสารฟลาโวนอยด์ ในกลุ่มโพลิฟินอล ต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมความแข็งแรงของหลอดเลือดหัวใจและสมอง ช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของโรคหัวใจได้ ดังนั้นควรเลือกรับประทานช็อกโกแลตในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่ควรรับประทานในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะจะทำให้ไขมันและน้ำตาลสะสมในร่างกาย อาจทำให้เกิดโรคอ้วน” และยังช่วยกันสืบค้นว่าสามารถนำช็อกโกแลตไปทำอะไรได้บ้าง เช่น “ช็อกโกแลตสามารถเอาไปทำเป็นซอสเอาไว้ทานกับสเต็กได้ครับ” “ช็อกโกแลตสามารถเอาไปทำสครับเอาไว้ขัดผิวได้ค่ะ” เป็นต้น
ซึ่งตลอดระยะเวลา การเรียนรู้คุณครูได้บูรณาการศาสตร์ทั้ง 5 หรือ STEAM ให้กับเด็ก ๆ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science) ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กิจกรรมการทดลอง การสำรวจ การสังเกต การคาดคะเน และการสรุปผล เทคโนโลยี (Technology) ผ่านการใช้เครื่องมือชั่งตวง การใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต Bee-Bot และการเชื่อมต่อวัสดุต่าง ๆ วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) ผ่านกิจกรรมการออกแบบและสร้างสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ เช่น ร้านช็อกโกแลต ต้นโกโก้ เป็นต้น ศิลปกรรมศาสตร์ (Arts) ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ เช่น การวาดภาพระบายสี การประดิษฐ์ด้วยเศษวัสดุ การปั้นดินน้ำมัน เป็นต้น การร้องเต้นตามจังหวะดนตรี การฝึกอ่านและเขียนภาษาไทยและภาษาอังกฤษ การแต่งนิทานและวาดภาพประกอบ และคณิตศาสตร์ (Mathematics) ผ่านการนับ การวัด การชั่งตวง การเปรียบเทียบขนาด จำนวน รูปทรง การบวกลบเลขหลักหน่วยและหลักสิบ เป็นต้น ช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองของเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี ในระยะสุดท้ายของการเรียนรู้เป็นการสรุปคำตอบของสิ่งที่สนใจอยากรู้ ซึ่งเด็ก ๆ ช่วยกันสรุปได้ครบถ้วนในทุกประเด็นคำถาม และยังได้ช่วยกันออกแบบนิทรรศการ จัดทำบัตรเชิญและของที่ระลึก จัดวางต้นโกโก้ ร้านช็อกโกแลต และผลงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ อย่างตั้งใจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นอีกหนึ่งประโยชน์ของช็อกโกแลต
โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่
3810 ถนนพระราม 4 , แขวงคลองตัน เขตคลองเตย, กรุงเทพ, 10110
โทรศัพท์: (0) 2 249-0081-3เยี่ยมชมเว็บไซต์
เว็บไซต์