ผีเสื้อน้อยเติบใหญ่ในเมืองหลวง


วันนี้จะมาชวนทุกท่านไปเที่ยวชม “สวนผีเสื้อกุ๊กไก่” ของเด็ก ๆ ชั้นอนุบาล 1/1 โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ที่ช่วยกันเปลี่ยนห้องเรียนธรรมดาเป็นห้องเรียนธรรมชาติ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยองค์ความรู้เกี่ยวกับผีเสื้อ ประกอบกับผลงานศิลปะสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ ช่วยให้เกิดความน่าสนใจ หลายท่านคงสงสัยว่าเด็ก ๆ ทำได้อย่างไร เรามาตามไปดูกัน เริ่มต้นการเรียนรู้ระยะแรก จากการที่เด็ก ๆ ร่วมกันนำเสนอหัวข้อเรื่องที่สนใจอย่างหลากหลาย โดยคุณครูและเด็ก ๆ ได้ร่วมกันระดมความคิดเพื่อคัดเลือกหัวข้อที่เหมาะสมผ่านการแลกเปลี่ยนเหตุผล จนนำไปสู่การสรุปหัวข้อเรื่องทั้งหมดได้ 6 เรื่อง ได้แก่ ร้านตัดผม ผีเสื้อ รถขยะ แตงโม เครื่องบิน ไก่ และเมื่อเด็กทุกคนได้ลงคะแนนเลือกเรื่องที่สนใจมากที่สุดตามแนวทางประชาธิปไตย ปรากฏว่าเรื่อง “ผีเสื้อ” ได้รับความสนใจมากที่สุดด้วยคะแนน 9 คะแนน จึงถูกเลือกเป็นหัวข้อที่จะได้เรียนรู้ในกิจกรรม Project Approach ในปีนี้

Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ
Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ

ในสัปดาห์ต่อมา เป็นระยะที่ 2 ของการเรียนรู้ คือ ระยะสืบค้น ซึ่งจะใช้เวลา 5 สัปดาห์ โดยเริ่มจากเด็ก ๆ ได้ร่วมกันถ่ายทอดประสบการณ์เดิมที่มีต่อผีเสื้อผ่านคำพูดและงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ เช่น การวาดภาพระบายสี การปั้นดินน้ำมัน การประดิษฐ์จากเศษวัสดุ เป็นต้น เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้พื้นฐานร่วมกัน เช่น “ผีเสื้อมีปีก มันบินได้เหมือนนก” “ผีเสื้อแต่ละตัวมีลายไม่เหมือนกัน เคยเห็นมันบินมาที่บ้าน” “ผีเสื้อมีหลายสี มีลายตรงปีก และก็เคยเลี้ยงหนอนจนกลายเป็นผีเสื้อ” ซึ่งหลังจากได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เดิมกันแล้ว เด็ก ๆ ช่วยกันตั้งคำถามในสิ่งที่สงสัยอยากรู้เกี่ยวกับผีเสื้อ เช่น “ผีเสื้อกินอาหารยังไง” “ผีเสื้อมีเสียงร้องไหม” “ผีเสื้ออาศัยอยู่ที่ไหน” เป็นต้น และเมื่อสรุปเป็น Web สิ่งที่เด็กอยากรู้ ได้เป็น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ ผีเสื้อคืออะไร รูปร่างและลักษณะของผีเสื้อ อาหาร และที่อยู่อาศัย ซึ่งเด็ก ๆ ช่วยกันออกความคิดเห็นว่าจะสืบค้นหาข้อมูลด้วยวิธีใดและจากแหล่งข้อมูลใด เช่น “ไปเที่ยวที่สวนสัตว์ สวนผีเสื้อ” “หาในคอมพิวเตอร์แล้วพิมพ์ว่าผีเสื้อ” “หรือจะไปหาหนังสือเกี่ยวกับผีเสื้อก็ได้นะ” เป็นต้น

เด็ก ๆ ได้เริ่มสืบค้น ในประเด็นคำถามแรก ผีเสื้อคืออะไร โดยเริ่มจากเรียนรู้พยัญชนะและสระของคำว่า “ผีเสื้อ” และ “Butterfly” และลองคาดคะเนคำตอบ หลังจากนั้นได้สืบค้นในพจนานุกรมและหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน จนพบความหมายและคุณครูอ่านให้เด็กฟังว่า “ผีเสื้อเป็นแมลง มีปีกเป็นแผ่นบาง 2 คู่ ลำตัว ปีกและขาปกคลุมด้วยเกล็ดขนาดเล็กคล้ายฝุ่น ปากเป็นงวงยาวม้วนได้ มีทั้งชนิดหากินกลางวันและชนิดหากินกลางคืน” และยังได้ใช้ประสาทสัมผัสในการสำรวจและสังเกตบริเวณต่าง ๆ ในโรงเรียน จากผีเสื้อจำลอง บัตรภาพ ศึกษาผ่านยูทูบ แล้วนำมาเล่าสรุปคำตอบร่วมกันได้ว่า “ผีเสื้อเป็นแมลงมีปีกสวยงาม มีขา 6 ขา มีงวงเป็นปากใช้ดูดน้ำหวาน” เด็ก ๆ ได้ช่วยกันสืบค้นจากหนังสือและศึกษาจากยูทูบเพิ่มเติมเพื่อไขข้อสงสัยว่า “ผีเสื้อเกิดขึ้นได้อย่างไร” และนำมาสรุปคำตอบร่วมกันได้ เช่น “ก่อนที่เป็นผีเสื้อเป็นดักแด้ก่อน ก่อนที่เป็นดักแด้เป็นหนอนก่อน พ่อผีเสื้อกับแม่ผีเสื้อเขารักกัน แม่ผีเสื้อออกไข่ที่ใบไม้ กิ่งไม้ ไข่ของผีเสื้อมันเป็นลูกกลม ๆ มันมีสีขาว สีเหลืองอ่อน ๆ แล้วหนอนก็ออกมาจากไข่ พอมันโตเดินได้ มันก็ไปหาใบไม้กินเป็นอาหาร” เด็ก ๆ สนใจหนอนผีเสื้อ คุณครูจึงได้จัดหาภาพหนอนผีเสื้อ หนอนผีเสื้อจำลองหลากหลายแบบ หลากหลายขนาดมาให้เด็ก ๆ ได้จับ สัมผัส สังเกต รูปร่าง ลักษณะ และพูดคุยถึงหนอนที่ตนเองได้พบเจอให้เพื่อน ๆ และคุณครูได้ฟัง เช่น “เห็นหนอนที่สวน หนอนสีดำตัวเล็กอยู่ที่ดอกไม้” “เคยเห็นหนอนที่เป็นตัว ไม่มีขน มันอยู่บนต้นดอกไม้สีแดง ตัวหนอนสีเขียวมันเดินอยู่” “หนอนมีขา” เป็นต้น นอกจากเรียนรู้ที่โรงเรียนแล้ว เด็ก ๆ ยังได้กลับไปสืบค้นร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวได้เป็นอย่างดี และยังได้นำมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง พร้อมทั้งนำหนอนผีเสื้อมาให้สังเกตร่วมกัน ซึ่งเด็ก ๆ ติดตามการเจริญเติบโตของหนอนอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ที่หนอนกลายเป็นดักแด้ เด็ก ๆ ได้เล่าสิ่งที่ค้นพบจากการสังเกต เช่น “หนอนตัวเป็นสีเขียว มีลายสีดำ” “หนอนมันงอตัวได้” “จับดูดักแด้สีเขียวมันนิ่ม” “ส่วนดักแด้ที่เป็นสีน้ำตาลมันแข็ง ๆ เหมือนกิ่งไม้เลย” “มีใยสีขาวพ่นออกจากปากห่อตัวเองไว้” “พอเป็นดักแด้มันไม่กินอาหารเลย” เป็นต้น

Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ
Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ

เด็ก ๆ ยังคงสืบค้นข้อมูล อย่างต่อเนื่องเพื่อไขข้อสงสัยที่ว่า มีผีเสื้อแบบไหนบ้าง ซึ่งหลังจากได้สำรวจและสังเกตจากสื่อต่าง ๆ แล้วได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน เช่น “มีผีเสื้อกลางวันกับผีเสื้อกลางคืน” “ผีเสื้อกลางวันปีกเขาจะมีสีสวย” “ผีเสื้อกลางคืนปีกจะไม่ค่อยมีสีสันสวยงาม” เป็นต้น เด็ก ๆ ตื่นเต้นกับโดมสวนผีเสื้อที่คุณครูจัดเตรียมไว้ในห้องเรียน เพื่อให้เด็ก ๆ ได้สำรวจและสังเกตการเจริญเติบโตของผีเสื้อในแต่ละระยะอย่างใกล้ชิด ในประเด็นคำถามถัดมา คือ รูปร่างและลักษณะของผีเสื้อ เด็ก ๆ ได้สืบค้นจากสารานุกรมสำหรับเยาวชน หนังสือเรื่องผีเสื้อ ผีที่น่ารัก ศึกษาผ่านยูทูบ และสังเกตจากผีเสื้อจริงจนได้คำตอบ เช่น “ปากของผีเสื้อเป็นงวง มันยาวเวลาที่ใช้ดูดน้ำหวาน” “หนอนก็มีขา 6 ขาเหมือนผีเสื้อเลย” “ขาของผีเสื้อจะเล็กและยาว” เป็นต้น คุณครูได้เพิ่มเติมหนอนหลากหลายชนิดมาให้เด็ก ๆ ได้เลี้ยง เช่น หนอนผีเสื้อมอธทอง ดักแด้ผีเสื้อกะทกรก หนอนผีเสื้อใบรัก หนอนผีเสื้อใบพุด เป็นต้น อีกทั้งเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ภายนอก โดยพาเด็ก ๆ ไปชมอุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ ที่มีวิทยากรให้ความรู้กับเด็ก ๆ และให้เด็ก ๆ ได้ชมวิดีโอเกี่ยวกับผีเสื้อ เรียนรู้วัฏจักรของผีเสื้อ สังเกตรูปร่างลักษณะของไข่ หนอน ดักแด้ ผีเสื้อบางชนิด และเดินชมผีเสื้อในโดมแสดงผีเสื้อกันอย่างสนุกสนาน กลับมาเล่าความประทับใจของตนเองให้เพื่อน ๆ ได้ฟัง เช่น “ไปดู Butterfly เห็นหนอน เห็นดักแด้ เห็นผีเสื้อ” “ไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ สนุกมาก เห็นหนอน เห็นดักแด้ เห็นผีเสื้อเยอะเลย มันบินอยู่เห็นดอกไม้ ผีเสื้อมันดูดน้ำหวาน วิ่งไล่จับผีเสื้อ แต่จับไม่ได้ ผีเสื้อบินเร็ว บินสูงครับ” เป็นต้น ในประเด็นคำถามถัดมา คือ รูปร่างและลักษณะของผีเสื้อ เด็ก ๆ ได้สังเกตผีเสื้อในโดมและซากผีเสื้อที่ตายแล้วหลายชนิด รวมทั้งเปิดภาพจากหนังสือผีเสื้อที่ปางสีดา ของคุณสินธุยศ จันทรสาขา และคณะ แล้วสรุปร่วมกันได้ว่า “ไม่ได้ยินเสียงร้องของผีเสื้อ แต่ได้ยินเสียงเมื่อผีเสื้อบินและขยับปีก” และ “ผีเสื้อแต่ละตัวไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับแต่ละชนิดของผีเสื้อ” เมื่อระยะเวลาผ่านไปจากหนอนหลากหลายชนิดกลายเป็นดักแด้และออกมาเป็นผีเสื้อบินเต็มโดมสวนผีเสื้อของเด็ก ๆ ชวนให้ตื่นตาตื่นใจ เด็ก ๆ ได้บอกเล่าจากการสังเกตการเจริญเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของผีเสื้อ เช่น “หนอนมอธทองเริ่มเป็นดักแด้แล้ว” “ดักแด้หนอนใบพุดมี 13 ตัว ดักแด้หนอนมอธทองมี 6 ตัว” “หนอนใบรักที่เอามามันเริ่มออกมาเป็นผีเสื้อแล้ว เห็น 2 ตัว” “แต่เห็นผีเสื้อมะนาว 2 ตัว มันกำลังตากปีกอยู่ มันยังบินไม่ได้” เป็นต้น พร้อมทั้งบันทึกเป็นภาพวาด ในระหว่างการเฝ้าดูเด็ก ๆ เกิดคำถามขึ้นมาอีกว่า “ทำไมดักแด้บางชนิดเกาะติดกับกิ่งไม้ บางชนิดอยู่กับพื้น” จึงได้ช่วยกันสืบค้นหาคำตอบจากอินเทอร์เน็ต ยูทูบ และจากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทุกวันจากหนอนจนกลายเป็นผีเสื้อ เด็ก ๆ สังเกตเห็นความแตกต่างของผีเสื้อแต่ละชนิด เช่น “ปีกของผีเสื้อมอธทองเป็นสีเหลืองสวยงาม ตอนแรกใบตองคิดว่ามันเป็นผีเสื้อกลางวัน” “ผีเสื้อสีเหมือนชุดทหารเลย” “Airplane” “ผีเสื้อพันธุ์นี้มันเกิดมาจากดักแด้หนอนใบพุด” เป็นต้น จากการเฝ้าดูและสังเกตอย่างต่อเนื่อง เด็ก ๆ เกิดสงสัยถึงการนอนของผีเสื้อ คุณครูจึงชวนเด็ก ๆ พูดคุยและสืบค้นหาคำตอบกัน เช่น “ถ้ามันนอนหลับมันจะหุบปีก และเอาหัวทิ่มลง” “เวลาผีเสื้อนอนหลับมันจะไม่ปิดตา เพราะมันไม่มีเปลือกตา” เป็นต้น

ในประเด็นคำถามหลักต่อมา คือ อาหารของผีเสื้อ เด็ก ๆ สามารถบอกเล่าได้จากประสบการณ์ที่ได้ไปทัศนศึกษาและจากการสังเกตการทดลองนำผลไม้หลากหลายชนิดมาให้ผีเสื้อกิน และสรุปร่วมกันได้ เช่น “ก่อนที่ผีเสื้อจะกินอาหารมันจะใช้หนวดในการดมกลิ่นก่อน” “เวลาที่จะกินอาหารเขาก็จะใช้งวง ใช้งวงดูดน้ำหวาน ดูดเสร็จเขาก็จะม้วนงวงเข้าไปเหมือนเดิม” “ผีเสื้อกินกล้วยสุก” “ผีเสื้อไม่กินสับปะรดเพราะมันเปรี้ยว” และสืบค้นจากสารานุกรมเพิ่มเติม เช่น “อาหารของผีเสื้อ มีน้ำหวานจากเกสรดอกไม้” “น้ำหวานจากผลไม่สุกหรือผลไม้เน่า” “กินสัตว์ที่ตายแล้ว” เป็นต้น หลังจากนั้นจึงสืบค้นต่อในประเด็นสุดท้าย คือ ที่อยู่ของผีเสื้อ สรุปข้อมูลร่วมกันได้ว่า “ที่เขาอยู่ที่สวนดอกไม้” “เขาอยู่ที่ริมแม่น้ำลำธาร” ซึ่งตลอดระยะเวลาการเรียนรู้คุณครูได้บูรณาการศาสตร์ทั้ง 5 (STEAM) ให้กับเด็ก ๆ ได้แก่ ด้านวิทยาศาสตร์ (Science) ที่เด็กๆ ได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 สังเกตและสำรวจวงจรชีวิตของผีเสื้ออย่างใกล้ชิดจากชุดเลี้ยงหนอนมะนาว หนอนมอธทอง และหนอนใบรักในห้องเรียน รวมถึงการไปทัศนศึกษาที่อุทยานผีเสื้อและแมลงเพื่อศึกษาวงจรชีวิตจากธรรมชาติจริง และได้ฝึกทักษะการสำรวจและสังเกต การเปรียบเทียบความเหมือนและความต่างด้วย Venn Diagram ด้านเทคโนโลยี (Technology) เด็กๆ ได้ฝึกทักษะการสืบค้นข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตและยูทูบเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับลักษณะและประวัติความเป็นมาของผีเสื้อ พร้อมทั้งฝึกการใช้คอมพิวเตอร์และเมาส์เพื่อพิมพ์รูปภาพที่ตนเองสนใจ ในด้านวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) เด็ก ๆ ได้คิดวางแผน ออกแบบ และสร้างสรรค์โมเดลผีเสื้อรวมถึงหนอนจำลองรูปแบบต่าง ๆ จากเศษวัสดุตามจินตนาการ ด้านศิลปศาสตร์ (Arts) มีการถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านการวาดภาพระบายสี การปั้นดินน้ำมันเป็นวงจรชีวิตผีเสื้อ และกิจกรรม Sensory Play ที่นำวัสดุธรรมชาติอย่างดอกไม้และใบไม้มาจัดวางเป็นลวดลายของผีเสื้ออย่างสวยงาม ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematics) เด็ก ๆ ได้ฝึกทักษะการนับจำนวนไข่ หนอน และดักแด้ในแต่ละวัน เรียนรู้เรื่องจำนวนอวัยวะ เช่น มี 6 ขา มีปีก 2 ข้าง และการสรุปข้อมูลเปรียบเทียบจากกราฟความชอบชนิดของผีเสื้อที่เพื่อน ๆ ในห้องสนใจ

Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ
Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ

ในสัปดาห์สุดท้ายของการเรียนรู้ เป็นระยะสรุป เด็ก ๆ ได้ช่วยกับนำเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้กันมาตลอด 6 สัปดาห์ ตามประเด็นคำถามที่ตั้งไว้ได้ครบทุกประเด็น และยังสามารถบอกได้ถึงประโยชน์และโทษของผีเสื้อได้อย่างน่าสนใจ เช่น “ตอนที่มันเป็นดักแด้ มันก็เป็นอาหารของคนได้ หนูเคยกินดักแด้ทอด” “เส้นใยของดักแด้ก็มีประโยชน์ เอาไปทำเครื่องนุ่งห่มได้” “ผีเสื้อช่วยผสมเกสรดอกไม้” “ถ้าเป็นหนอนของผีเสื้อมันก็จะกัดกินใบไม้ต้นนั้นจนหมด แล้วต้นไม้ต้นนั้นก็ตาย” “หนอนบางชนิดมีพิษ ถ้าเราไปโดนมัน เราก็จะคันและเป็นผื่น” “บางคนแพ้ขนที่ปีกของผีเสื้อ ก็จะคันและมีผื่น ต้องทายาและไปหาคุณหมอ” เป็นต้น และได้เล่าถึงความประทับใจจากการเรียนรู้ เช่น “เรียน Project Approach เรื่อง ผีเสื้อ ชอบผีเสื้อ แต่ไม่ชอบหนอน ผีเสื้อมีปีก แต่ที่ปีกของผีเสื้อมีลายไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับพันธุ์หรือชนิดผีเสื้อ จะอาศัยอยู่ที่ที่มีอาหาร เช่น ถ้าจะกินน้ำหวานเขาต้องอยู่ที่ทุ่งดอกไม้” หลังจากนั้นเด็ก ๆ ช่วยกันคิดออกแบบห้องนิทรรศการด้วยผลงานสร้างสรรค์ของเด็ก ๆ เช่น “ผีเสื้อตัวใหญ่ที่เราทำเอาไว้ถ่ายรูปที่หน้าห้อง” “เขียน Project Approach Butterfly เป็นภาอังกฤษด้วย เพราะเดี๋ยวปาป๊าไม่รู้ภาษาไทย” “วางผลงานไว้กลางห้อง เดินเข้ามาจากประตูเห็นเลย” เป็นต้น แล้วจึงช่วยกันจัดวางและตกแต่งมุมต่าง ๆ ด้วยผลงานศิลปะและร่องรอยของการเรียนรู้ มีหนอนตัวเป็นเป็นในระยะต่าง ๆ มีดักแด้ที่กำลังฟักตัวอยู่ตามกิ่งไม้ และมีผีเสื้อหลากหลายชนิดบินวนไปมาอยู่ในโดมสวนผีเสื้อกุ๊กไก่ ที่วางโดดเด่นอยู่กลางห้อง ชวนให้น่าเข้าไปเยี่ยมชมและศึกษาเรียนรู้วัฏจักรชีวิตของผีเสื้อ ที่เด็ก ๆ ได้รวบรวมองค์ความรู้ไว้อย่างชัดเจนและนำเสนอได้อย่างน่าสนใจ

โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่

3810 ถนนพระราม 4 , แขวงคลองตัน เขตคลองเตย, กรุงเทพ, 10110

โทรศัพท์: (0) 2 249-0081-3
แฟกซ์: (0) 2 249-4001

ติดตามเราได้ที่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เส้นทาง

แผนที่โรงเรียน : คลิกดูแผนที่

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เยี่ยมชมเว็บไซต์

เว็บไซต์
© 2026 โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่
SEO Services Supplied by Bangkok Digital Services