““ต้นกล้วยวิเศษ” ชื่อนิทานที่ผสมผสานความรู้และจินตนาการได้อย่างลงตัว เป็นผลงานสร้างสรรค์ จากเด็กชั้นอนุบาล 2/2 จากโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ ที่เปลี่ยนจากนักเรียนรู้ตัวน้อยเป็นนักเขียนนิทานหน้าใหม่ที่ทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากคุณครูประจำชั้นในบทบาทของฝ่ายพิสูจน์อักษร และได้รับ การสนับสนุนในทุกด้านจากคุณครูไก่ วิวรรณ สารกิจปรีชา ในบทบาทของบรรณาธิการ ที่จัดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้อย่างลุ่มลึกในสิ่งที่สนใจร่วมกัน ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ Project Approach บูรณาการร่วมกับการเรียนรู้แบบ STEAM โดยใช้เวลาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 7 สัปดาห์ แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะเริ่มต้น ระยะรวบรวมข้อมูล และระยะสรุป
ระยะเริ่มต้น ใช้เวลา 1 สัปดาห์ ในการหาหัวข้อเรื่องที่สนใจร่วมกันด้วยแนวทางประชาธิปไตย โดยเริ่มจากเด็ก ๆ ทุกคนได้เสนอหัวข้อเรื่องที่ตนเองสนใจ เช่น “อยากเรียนเรื่องต้นกล้วยเพราะผมชอบต้นกล้วย มันสามารถเอามาทำเป็นของเล่นไทยได้” “เสนอเรื่องดอกกุหลาบ มันหอม มันสวย” “เรื่องของเล่นเพราะว่าเล่นของเล่นแล้วมันสนุก” เป็นต้น จากหัวข้อเรื่องที่หลากหลาย เด็ก ๆ สรุปร่วมกันได้ทั้งหมด 5 เรื่อง ได้แก่ ต้นกล้วย ของเล่น ดอกกุหลาบ นาฬิกา และไหมพรม และเมื่อเด็กทุกคนได้เขียนชื่อตนเองลงในกราฟแสดงหัวข้อเรื่องที่เด็กอยากเรียนรู้มากที่สุดแล้ว ได้ผลสรุปจากกราฟว่า ต้นกล้วย ได้คะแนนมากที่สุดถึง 10 คะแนน ทิ้งห่างเรื่องของเล่นที่ได้ 5 คะแนน ดอกกุหลาบ 3 คะแนน นาฬิกา 2 คะแนน และไหมพรม ไม่มีคะแนน
เมื่อได้หัวข้อเรื่องที่จะเรียนรู้ร่วมกันในกิจกรรม Project Approach แล้ว เด็ก ๆ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ของตนเองเกี่ยวกับต้นกล้วยด้วยวิธีที่หลากหลาย เช่น การวาดภาพระบายสี การปั้นดินน้ำมัน การประดิษฐ์จากเศษวัสดุ และผลัดกันออกมาเล่า เช่น “รู้ว่าต้นกล้วยมีเมล็ด ต้องปลูกแล้วมันค่อย ๆ เติบโต ออกเป็นผลกล้วย แล้วเอากล้วยมาทำเค้กกล้วย” “เอาต้นกล้วยไปทำกระทง เอาใบมาทำกลีบกระทงได้ ชอบกินกล้วย รสชาติหวาน ข้างในมีเมล็ดสีดำ” แล้วจึงช่วยกันตั้งคำถามในสิ่งที่อยากรู้เกี่ยวกับต้นกล้วย สรุปเป็นประเด็นหลักได้ 6 ประเด็น คือ ต้นกล้วยคืออะไร ต้นกล้วยมีอะไรบ้าง ต้นกล้วยปลูกอย่างไร มีต้นกล้วยแบบใดบ้าง ต้นกล้วยเอาไปทำอะไรได้บ้าง และต้นกล้วยมีโทษอย่างไร พร้อมทั้งเสนอวิธีการหาคำตอบด้วยวิธีการและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น “หาคำตอบจากคอมพิวเตอร์แล้วพิมพ์สืบค้นใน google” “สำรวจ จากต้นกล้วยของจริงแล้วเราก็ปลูกต้นกล้วย” “เปิดดูจากหนังสือเกี่ยวกับต้นกล้วย” เป็นต้น
ระยะรวบรวมข้อมูล ใช้เวลา 5 สัปดาห์ ในการสืบค้นหาคำตอบของแต่ละประเด็นคำถามที่ตั้งไว้ โดยเริ่มจากคำถามแรก ต้นกล้วยคืออะไร เด็ก ๆ ช่วยกันคาดคะเนคำตอบก่อนเริ่มค้นหาความหมาย เช่น “คิดว่าต้นกล้วยคือพืช เป็นสิ่งมีชีวิต” แล้วจึงเริ่มสำรวจภายในโรงเรียน พบต้นกล้วยอยู่ที่สนาม จึงได้สังเกตและสัมผัสส่วนต่าง ๆ แล้วนำมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง เช่น “ไปจับลำต้นของต้นกล้วยมันนิ่ม ๆ สีเขียว ๆ เห็นใบกล้วยเหี่ยว ๆ เป็นสีเหลือง สีน้ำตาล” “ต้นกล้วยออกผลกล้วยเยอะ เห็นผลกล้วยเป็นลูกแบบดิบเพราะยังเป็นสีเขียว คนจะเอามากินตอนที่ผลกล้วยสุก” เป็นต้น
แล้วมาค้นหาคำตอบจากหนังสือพจนานุกรม แต่ไม่พบคำว่าต้นกล้วย จึงแก้ปัญหาด้วยการหาความหมายของคำว่า “ต้น” และคำว่า “กล้วย” โดยคุณครูช่วยอ่านความหมายของทั้ง 2 คำ ให้เด็ก ๆ ฟัง และยังได้ค้นหาเพิ่มเติมจากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน หนังสือเกี่ยวกับกล้วยหลายเล่ม และค้นหาจาก Google แล้วจึงมาพูดคุยสรุปความหมายร่วมกันได้ว่า ต้นกล้วย คือ พืช และเป็นผลไม้ เป็นพืชล้มลุก ปลูกง่าย โตไว ปลูกใกล้บ้านได้ ให้คนกินได้ สัตว์กินได้ ทุกส่วนของต้นกล้วยมีประโยชน์ และยังได้หาความหมายเพิ่มเติมของคำว่า “พืชล้มลุก” จนเข้าใจและเล่าได้ เช่น “พืชล้มลุกมีลำต้นนิ่ม ปลูกง่าย โตไว” “ปลูกพืชล้มลุกแล้วพอหมดอายุ ใบมันก็จะค่อย ๆ เหี่ยวแล้วตายไป” “แต่รากมันยังอยู่และต้นก็จะงอกขึ้นมาใหม่ได้อีก” เป็นต้น
ในประเด็นคำถามถัดมา ต้นกล้วยมีอะไรบ้าง เด็ก ๆ ได้คาดคะเนคำตอบก่อนสืบค้นข้อมูล เช่น “ต้นกล้วยมีใบตอง” “มีหัวปลี” “ต้นกล้วยมีราก” เป็นต้น แล้วจึงได้สำรวจและสังเกตด้วยประสาทสัมผัสจากต้นกล้วยและส่วนต่าง ๆ ที่เป็นของจริง สืบค้นจากหนังสือเกี่ยวกับต้นกล้วยเพิ่มเติม และนำมาเล่าแลกเปลี่ยนให้เพื่อน ๆ ฟัง เช่น “ต้นกล้วยมีใบตองเป็นใบใหญ่มีลาย มีผลกล้วยเป็นเครืออยู่ที่ต้น มีลำต้นสูงดึงออกมาเป็นกาบกล้วย มีรากอยู่ในดินเป็นเส้น ๆ” “ต้นกล้วยมีรากอยู่ในดิน มีรากสั้น รากยาว เป็นเส้น มีลำต้นสูง ๆ มันนิ่ม ๆ มันดึงออกได้ ตัดออกมาเป็นหยวกกล้วย ข้าง ๆ ต้นกล้วยมีหน่อกล้วย มีใบกล้วย ใบใหญ่ มีลาย ออกผลกล้วย” “เหง้าเป็นลำต้นจริงอยู่ใต้ดิน มันแข็ง ๆ เป็นเหมือนรูปทรงวงกลม” เป็นต้น
และยังเจาะลึกถึงส่วนต่าง ๆ ของต้นกล้วย เช่น ลำต้นจริงของต้นกล้วยอยู่ใต้ดิน เรียกว่า “เหง้า” ลำต้นที่โผล่ขึ้นมาเป็นลำต้นเทียม เมื่อหั่นลำต้นออกมา เรียกว่า “หยวกกล้วย” ใบกล้วยเป็นใบใหญ่และยาว เรียกว่า “ใบตอง” ดอกกล้วย เรียกว่า “หัวปลี” เป็นต้น ในประเด็นคำถามถัดมา มีต้นกล้วยแบบใดบ้าง เด็ก ๆ ได้คาดคะเนว่า “ต้นกล้วยมันมีรูปร่างไม่เหมือนกัน แต่มีส่วนประกอบเหมือนกัน” และได้สืบค้นโดยสำรวจและสังเกตต้นกล้วยในโรงเรียนซึ่งมีกล้วยน้ำว้าและกล้วยเล็บมือนาง จึงได้เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างร่วมกัน เช่น “ต้นกล้วยน้ำว้ากับต้นกล้วยเล็บมือนางมีลำต้นสูง ลำต้นของต้นกล้วยน้ำว้าใหญ่กว่า ออกผลกล้วยเป็นเครือเหมือนกัน” “ต้นกล้วยเล็บมือนางมีผลกล้วยยาว ยังไม่สุก ลำต้นผอม ออกสีน้ำตาล ต้นกล้วยน้ำว้าออกผลสั้น กลม รสชาติหวาน ลำต้นสูงสีเขียว” เป็นต้น
เด็ก ๆ ยังคงสนใจต้นกล้วยแบบต่าง ๆ จึงได้สืบค้นเพิ่มเติมจากหนังสือสารานุกรมไทย สำหรับเยาวชน หนังสือมหัศจรรย์พันธุ์กล้วยในไทย และบัตรภาพ แล้วมาพูดคุยร่วมกันได้ข้อมูลที่หลากหลาย เช่น “แยกต้นกล้วยตามการกินกล้วยได้เป็นแบบกล้วยกินสดกับกล้วยที่ต้องเอาไปผ่านความร้อน” “แบ่งตามการเกิดของต้นกล้วย มีต้นกล้วยป่ากับต้นกล้วยตานี” “ผลกล้วยของกล้วยป่าจะมีเมล็ดเยอะ” “ต้นกล้วยตานีมีใบตองที่สวย ใบใหญ่ คนก็เลยเอาใบตองของต้นกล้วยตานีมาใช้ห่ออาหารได้” “เอาต้นกล้วยป่ากับต้นกล้วยตานีมาผสมกันได้กล้วยน้ำว้า” “กล้วยร้อยหวีออกลูกเป็นเครือ ในเครือมีเยอะมาก มี 200 300 หวี” “กล้วยประดับ คนไม่กิน แต่เอามาปลูกให้สวยงาม” เป็นต้น และยังได้สำรวจ สังเกต และลองชิมรสชาติของผลกล้วยที่คุณครูจัดเตรียมมาให้หลายพันธุ์ เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ กล้วยหอม กล้วยหักมุก กล้วยนาก กล้วยเล็บมือนาง เป็นต้น และได้สำรวจและสังเกตหัวปลี และนำมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน เช่น “เปลือกของหัวปลีมีหลายชั้น ด้านนอกเป็นสีม่วง” “เปิดหัวปลีไปเรื่อย ๆ จะเจอเนื้อสีเหลือง ๆ ขาว ๆ อยู่ด้านใน” “เนื้อข้างในมันนิ่ม ๆ เราเอามาทำอาหารกินได้” เป็นต้น
เด็ก ๆ ยังคงค้นหาคำตอบอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีโอกาสไปทัศนศึกษาที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กรุงเทพมหานคร สวนกล้วยกลางกรุง ซึ่งมีวิทยากรให้ความรู้ ให้เด็กได้สำรวจ สังเกต และสัมผัสส่วนประกอบต่าง ๆ ของต้นกล้วย และสร้างความสนุกให้กับเด็ก ๆ ด้วยของเล่นจากต้นกล้วย เช่น ม้าก้านกล้วย ปืนก้านกล้วย เป็นต้น แล้ววาดภาพและเล่าประสบการณ์จากการเรียนรู้ เช่น “ต้นกล้วยอยู่กันเป็นกอมีหลายต้น มีหน่อกล้วยเอามาปลูกได้ ต้นกล้วยมีรากฝอย ขึ้นมาเป็นลำต้นเทียม ออกเป็นกาบใบ ใบกล้วยเป็นสีเขียว ใบใหญ่ ๆ มีเส้นใบ ต่อมาเป็นหัวปลี แล้วเป็นผลกล้วย” “พี่บอกว่าการปลูกต้นกล้วย ปลูกด้วยการแยกหน่อแล้วต้นกล้วยจะโตไว” “เล่นม้าก้านกล้วยสนุกมาก เอาตรงก้านกล้วยมาทำเป็นม้าแล้วก็ขี่ได้” เป็นต้น
ซึ่งเด็ก ๆ ได้สืบค้นเพิ่มเติมจากหนังสือ จนได้คำตอบที่ชัดเจนในประเด็นคำถาม ต้นกล้วยปลูกอย่างไร โดยเด็ก ๆ บอกเล่าขั้นตอนการปลูกต้นกล้วยได้อย่างเป็นขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมเพาะปลูกไปจนถึงการออกผลของกล้วย เก็บเมล็ดและหน่อมาปลูกใหม่เป็นวัฏจักร ในประเด็นคำถามถัดมา ต้นกล้วยเอาไปทำอะไรได้บ้าง เด็ก ๆ และผู้ปกครองได้ร่วมกิจกรรมตกแต่งกระเป๋าจากใยกล้วย ทำให้ได้รู้จักวัสดุจากต้นกล้วย เช่น ลำต้น กาบกล้วย เชือกกล้วย เป็นต้น นำมาทำเป็นผ้าและกระดาษที่สามารถนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าและกระเป๋าได้ และได้พูดคุยร่วมกันถึงการนำต้นกล้วยไปทำสิ่งต่าง ๆ เช่น “เอาผลกล้วยไปทำอาหารได้” “ลำต้น หยวกกล้วยก็เอามากินได้” “เอาใบตองไปห่อขนมได้ ห่อข้าวต้มมัดได้” “สมัยก่อนคนก็เอาใบกล้วยมาทำเป็นเสื้อผ้าใส่ได้” “เราเอากาบกล้วยไปตากแดดให้แห้งแล้วเอามาทำเชือกกล้วยได้” เป็นต้น
และการสืบค้นข้อมูลมาถึงในประเด็นคำถามสุดท้ายที่เด็ก ๆ ได้สืบค้นหาจากหนังสือและอินเทอร์เน็ตถึงประโยชน์และโทษของต้นกล้วย แล้วมาสรุปร่วมกันได้ เช่น “ต้นกล้วยประดับปลูกไว้ในบ้านให้สวยงามได้” “ผลกล้วยกินแบบดิบช่วยแก้ท้องเสียได้” “หัวปลีช่วยให้คุณแม่มีน้ำนมให้ลูกกินได้” “ก้านกล้วยก็เอาไปทำของเล่นได้” “คนเอาใบตองไปห่อผัก ห่อผลไม้ได้ด้วย” “ยางของต้นกล้วยมันอันตราย ถ้าเราไปจับไปโดนยางอาจจะเป็นผื่นคัน” “กล้วยที่เรากินมันหวาน ถ้ากินเยอะ ๆ จะอ้วน” เป็นต้น
ซึ่งตลอดระยะเวลาของการเรียนรู้เด็ก ๆ มีโอกาสได้สนุกกับการนำกล้วยหลากหลายชนิดมาลงมือทำอาหารด้วยตนเอง เช่น นำกล้วยน้ำว้ามาทำกล้วยอบ กล้วยบวชชี ข้าวต้มมัด นำกล้วยหอมมารับประทานคู่กับไอศกรีม น้ำผึ้ง แยมรสชาติต่าง ๆ และช็อกโกแลต และทำเค้กกล้วยหอม นำกล้วยหักมุกมาทำกล้วยเชื่อม เป็นต้น ซึ่งเด็ก ๆ สามารถบอกเล่าขั้นตอนของการทำ ได้ชั่งตวงวัด และบอกรูป รส และกลิ่น ได้จากการใช้ประสาทสัมผัส โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองในการร่วมกิจกรรมกับเด็ก ๆ
ระยะสรุป เป็นสัปดาห์สุดท้ายของการเรียนรู้ คุณครูและเด็ก ๆ ได้สรุปสิ่งที่เรียนรู้ร่วมกันตามประเด็นคำถามที่ตั้งไว้ในสัปดาห์แรก ซึ่งเด็ก ๆ สามารถบอกเล่าคำตอบได้อย่างชัดเจนทุกประเด็น และนอกจากความรู้และประสบการณ์ที่ตกผลึกเป็นองค์ความรู้ที่อยู่ในตัวเด็กแต่ละคนแล้ว ยังได้ทักษะการเรียนรู้ที่จำเป็นในอนาคตจากการเรียนรู้ผ่านกระบวนการ STEAM ที่คุณครูบูรณาการในกิจกรรม Project Approach อย่างต่อเนื่อง โดยเด็กได้เรียนรู้ศาสตร์ทั้ง 5 ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science) ผ่านการทดลองปลูกต้นกล้วย การสำรวจ การสังเกต การคาดคะเน และการสรุปอย่างมีเหตุผล เทคโนโลยี (Technology) ผ่านการใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต การใช้เครื่องมือชั่งตวงวัด การเชื่อมต่อวัสดุต่าง ๆ วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) ผ่านการออกแบบและประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ การใช้เส้นใยกล้วยมาทำเชือก ผ้า และกระดาษ ศิลปกรรมศาสตร์ (Arts) ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ การเรียนรู้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษควบคู่กัน การแต่งนิทานและแสดงบทบาทสมมติ และคณิตศาสตร์ (Math) ในการเปรียบเทียบความเหมือนและแตกต่าง การนับจำนวน การวัดขนาด การชั่งตวง และเพื่อนำเสนอผลการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ผ่านนิทรรศการ เด็ก ๆ ช่วยกันออกแบบสวนกล้วย และจัดวางสิ่งประดิษฐ์และผลงานต่าง ๆ ในห้องนิทรรศการ “ต้นกล้วย” อย่างลงตัว หากท่านได้เข้าชมนิทรรศการ อย่าลืมแวะไปอ่านนิทานของเด็ก ๆ ที่สนุกและสวยงาม แล้วท่านจะได้ข้อคิดบ้างอย่างจากนิทานเรื่อง “ต้นกล้วยวิเศษ”
โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่
3810 ถนนพระราม 4 , แขวงคลองตัน เขตคลองเตย, กรุงเทพ, 10110
โทรศัพท์: (0) 2 249-0081-3เยี่ยมชมเว็บไซต์
เว็บไซต์