อาหารเสริมที่หาได้ง่าย คือ “นม” เป็นอาหารเสริมที่เหมาะสำหรับเด็กตัวน้อย ๆ ไปจนถึงผู้สูงวัย นอกจากประโยชน์มากมายที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว ยังพบว่าที่โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่นำ “นม” มาช่วยเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 1/3 ได้อย่างครบถ้วน แต่โรงเรียนนำมาเสริมอย่างไร ไปดูกัน
โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่มีจุดเด่นในเรื่องกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Project Approach ที่เปิดโอกาสให้เด็กทุกระดับชั้นได้เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างลุ่มลึกในเรื่องที่สนใจ ให้กระบวนการเรียนรู้ทุกขั้นตอนเกิดจากตัวเด็ก โดยมีคุณครูคอยเป็นผู้อำนวยความสะดวก มีระยะเวลาของกิจกรรม 7 สัปดาห์ แบ่งเป็น 3 ระยะ เริ่มจากสัปดาห์แรก ระยะที่ 1 เป็นระยะเริ่มต้น เด็ก ๆ ช่วยกันเสนอหัวข้อเรื่องที่สนใจหลายเรื่อง ได้แก่ นม เต่า เสือ ฉลาม และผีเสื้อ เมื่อทุกคนได้ลงคะแนนเลือกเรื่องที่สนใจมากที่สุดแล้ว เรื่อง “นม” มีคะแนนมากที่สุด 8 คะแนน แล้วคุณครูจึงจัดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เล่าประสบการณ์เดิมของแต่ละคนเกี่ยวกับนม เช่น “แม่ซื้อนมวัวให้ดื่ม แต่ตอนเด็ก ๆ ดูดนมขวดและก็ดื่มนมคุณแม่ แต่ตอนนี้โตแล้วดื่มนมกล่อง” “เคยดื่มนมจากกล่อง นมเป็นสีขาว แล้วก็เคยเห็นนมผง นมผงต้องเอาไปใส่น้ำแล้วก็ชง ชง เคยไปซื้อนมที่ เค วิลเลจ” เป็นต้น และคุณครูให้เด็กช่วยกันตั้งคำถามในสิ่งที่สงสัยเกี่ยวกับนม เด็ก ๆ มีคำถามหลากหลาย เมื่อสรุปร่วมกันแล้วได้เป็น 4 ประเด็น ได้แก่ นมคืออะไร / ความเป็นมาของนม ประเภทและลักษณะของนม นมมาจากไหน ประโยชน์และโทษของนม และยังช่วยกันเสนอวิธีหาคำตอบ เช่น เปิดในหนังสือ ถามครู คุณพ่อ คุณแม่ คุณหมอ หาในทีวี คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ ดูใน YouTube เป็นต้น
สัปดาห์ที่ 2 – 6 เป็นระยะที่ 2 การสืบค้นหาข้อมูลเพื่อตอบในประเด็นคำถามที่ตั้งไว้ โดยเริ่มจากการเรียนรู้ตัวอักษรพยัญชนะของคำว่า “นม” เพื่อนำไปใช้สืบค้นในแหล่งต่าง ๆ และคุณครูให้เด็ก ๆ ลองคาดคะเนความหมายของคำว่านมตามความเข้าใจของแต่ละคน เช่น “นมคือน้ำสีขาว ๆ ที่ออกมาจากวัวที่เอาไว้ให้เด็กดื่ม” “นมคือน้ำสีขาว ๆ ที่ออกมาจากแม่ ที่ออกมาจากวัว” เป็นต้น และเด็ก ๆ เริ่มต้นหาคำตอบในประเด็นแรก นมคืออะไร / ความเป็นมาของนม โดยการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตพิมพ์ค้นหาคำว่านม และคุณครูช่วยอ่านความหมายที่พบให้ฟังว่า “นม หมายถึง ของเหลวสีขาวที่ประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็นที่ออกมาจากเต้านมของคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น คน วัว ควาย แพะ” และสืบค้นต่อในหนังสือเกี่ยวกับนมวัวในประเทศไทย เมื่อได้คำตอบแล้วนำมาพูดคุยกันสรุปได้ว่า “ประเทศไทยมีการเลี้ยงโคนมและผลิตน้ำนมเพื่อการบริโภคภายในประเทศมานาน โดยชาวอินเดียที่อพยพเข้าเมืองไทย...มีการจัดตั้งโรงงานผลิตนมไทย - เดนมาร์ค รัชกาลที่ 9 ทรงก่อตั้ง “โรงโคนมจิตรลดา” และ “โรงนมผงสวนดุสิต” เป็นโรงนมผงแห่งแรกของประเทศ...” หลังจากนั้นคุณครูได้จัดเตรียมผลิตภัณฑ์นมหลากหลายชนิดมาให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 สำรวจและสังเกต แล้วนำมาพูดคุยกัน เช่น “นมเป็นน้ำสีขาว มีรสจืด แล้วก็หอม ชอบดื่มน้ำนมจืด” เป็นต้น
เด็ก ๆ ช่วยกัน ค้นหาคำตอบในประเด็นถัดไป คือ นมมาจากไหน ใครดื่มนมได้บ้าง โดยช่วยกันคาดคะเนกันก่อน เมื่อสืบค้นข้อมูลแล้วสรุปร่วมกันได้ว่า “นอกจากนมมาจากแม่แล้ว นมยังมาจากเต้านมของสัตว์เพศเมีย คือ สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะออกลูกเป็นตัว แต่คนไม่สามารถดื่มนมของสัตว์ทุกตัวได้ คนดื่มนมของวัว ควาย แพะ แกะ ได้ เพราะมีประโยชน์ นอกจากสัตว์แล้วนมยังมาจากเมล็ดพืช เช่น นมเมล็ดถั่วเหลือง นมเมล็ดถั่วอัลมอนด์ นมข้าว นมข้างโอ๊ต นมข้าวโพด เป็นต้น”
เพื่อให้เด็ก ๆ เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น คุณครูและผู้ปกครองช่วยจัดเตรียมนมจากพืชและสัตว์หลากหลายชนิดมาให้เด็กได้สำรวจ สังเกต และชิมรสชาติ โดยเด็ก ๆ สามารถบอกลักษณะของนมแต่ละชนิดได้ เช่น “นมถั่วเหลืองหวานอร่อย มีกลิ่นหอมเหมือนน้ำเต้าหู้” “นมอัลมอนด์สีน้ำตาล หวานนิดหน่อย มีกลิ่นหอมเหมือนถั่วอัลมอนด์” “นมข้าวโพดหอมเหมือนกลิ่นข้าวโพด น้ำนมสีเหลือง” “นมควายสีขาวมาก ไม่มีกลิ่น หวานนิดหน่อย หวานกว่านมวัว” “นมแพะมีสีขาว มีกลิ่นหอมนิดหน่อย หอมกว่านมวัว” “นมคือเลือดแม่ เราดื่มแม่คนอื่นไม่ได้” เป็นต้น เด็ก ๆ ยังคงสืบค้นต่อในประเด็นถัดไป คือ นมมีกี่ประเภท โดยเด็ก ๆ ได้ตั้งสมมติฐานจากประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับประเภทของนม และสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ได้สำรวจ สังเกตผลิตภัณฑ์นมหลากหลายชนิด แล้วสรุปข้อมูลร่วมกันได้ เช่น “นมสดสีขาวออกมาจากเต้านมเก็บไม่ได้นาน” “นมพร่องมันเนยจะมีไขมันอยู่นิดเดียว” “นมข้นจืดไม่เหมือนนมสดเพราะมันเป็นสีน้ำตาล” “นมข้นหวานสีขาว มันเหนียว หวานมาก” “โยเกิร์ตหมักด้วยจุลินทรีย์” “นมเปรี้ยวเพราะมีเชื้อจุลินทรีย์มีประโยชน์” เป็นต้น
ซึ่งเด็ก ๆ มีความสงสัยว่าไขมันมีจริงหรือไม่ คุณครูจึงให้เด็ก ๆ ได้ค้นหาข้อมูลวิธีการทดลองเพิ่มเติมและได้นำมาทดลองจริงด้วยตนเอง โดยการใส่สีในนมและหยดน้ำยาล้างจานลงไป เด็ก ๆ สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง และนำมาพูดคุยสรุปผลการทดลองร่วมกันได้ว่า “นมประกอบไปด้วยน้ำ โปรตีน แร่ธาตุ และไขมัน น้ำยาล้างจาน คือ น้ำยาที่ช่วยล้างไขมันที่ติดกับภาชนะให้สะอาด จึงทำให้ไขมันเกิดการเปลี่ยนแปลงและแตกกระจายตัวออก เมื่อหยดน้ำยาล้างจานลงไปในนม และสีผสมอาหารช่วยให้เรามองเห็นการเคลื่อนที่กระจายตัวของไขมันได้ชัดเจน” เด็ก ๆ ได้สืบค้นต่อว่านมมีสีอะไรบ้าง และมีรสอะไรบ้าง โดยคุณครูนำนมหลากสี หลากกลิ่น หลายรสชาติมาให้เด็ก ๆ ได้สำรวจ สังเกต และลองชิม และทดลองผสมนมวัวรสจืดกับน้ำแดงและน้ำองุ่น แล้วจึงมาพูดคุยสรุปร่วมกันได้ เช่น “นมที่ใส่น้ำแดงเป็นสีแดงมีกลิ่นหอม นมรสจืดสีขาวพอใส่น้ำองุ่นลงไปก็เป็นสีม่วง” “นมรสกล้วยหวานหอมกลิ่นกล้วย นมกล้วยสีเหลือง นมรสเมลอนสีเขียว กลิ่นหอมเมลอน นมช็อกโกแลตสีน้ำตาล นมรสสตรอว์เบอร์รีสีชมพู” “โยเกิร์ตสีขาว รสเปรี้ยว มีกลิ่นหอม ๆ เปรี้ยว...นมเปรี้ยว มีรสเปรี้ยว ๆ เปรี้ยวกว่าโยเกิร์ต” เป็นต้น เด็ก ๆ ยังค้นหาคำตอบต่อว่า นมขายที่ไหนบ้าง ซึ่งเด็ก ๆ ได้เล่าประสบการณ์เดิมของตนเองว่าเคยซื้อหรือเห็นที่ไหนขายนมบ้าง เช่น “คุณแม่เคยไปซื้อนมที่แมคโคร ซื้อกล่องใหญ่ ๆ แล้วมีกล่องเล็ก ๆ อยู่ข้างในหลาย ๆ กล่อง และในเซเว่นก็มีนมขายเหมือนกัน” “เราสั่งทางโทรศัพท์ก็ได้ แล้วเค้าก็จะเอานมมาส่งที่บ้าน” เป็นต้น
เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เกิดประสบการณ์ตรงและได้สอบถามสิ่งที่สงสัยจากผู้เชี่ยวชาญ คุณครูจึงได้เชิญคุณพีระพงษ์ สันเทา ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ในพระองค์ ระดับ 3 หัวหน้างานสัตวบาล แผนกโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลี้ยงวัว และการรีดนมวัว มาให้ความรู้กับเด็ก ๆ โดยใช้เต้านมปลอมสาธิตวิธีการรีดนมวัว และเด็ก ๆ ได้ทดลองรีดนมวัวกันอย่างสนุกสนาน นำประสบการณ์มาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง เช่น “ได้รีดนมวัวด้วย บีบไม่ออกแล้วต้องออกแรงบีบเยอะ ๆ น้ำนมก็จะไหล เต้านมวัวมี 4 เต้า ได้นมอัดเม็ดด้วย” “พี่มาสอนรีดนมวัว นมวัวมี 4 เต้า ที่สวนจิตรลดามีฟาร์มวัวนม บีบนมวัวได้แล้วต้องเอาไปตรวจว่าน้ำนมสะอาดหรือเปล่า ถ้าผ่านแล้วก็จะเอาไปใส่กล่องเรียกว่านมยูเอชที นมสวนจิตรดากล่องสีเหลือง” เป็นต้น
และคุณครูจัดให้เด็ก ๆ ได้ไปทัศนศึกษาที่ฟาอิซฟาร์มแพะ ทำให้ได้รับประสบการณ์ตรงจากการสำรวจ สังเกต ลักษณะของแพะแต่ละสายพันธุ์ การเลี้ยงดูแพะ ได้ทดลองรีดนมแพะ ป้อนนมแพะ และชิมไอศกรีมนมแพะ และกลับมาเล่าประสบการณ์และความประทับใจกัน เช่น “หนูได้ลองรีดนมแพะ กับคุณปู่อารัก นมแพะเป็นสีขาว นมแพะที่รีดออกมาจะอุ่น ๆ ได้ชิมไอศกรีมนมแพะด้วย” เป็นต้น และเมื่อเด็ก ๆ สังเกตเห็นนมหมดอายุ นมบูด จึงเกิดความสงสัยว่าจะเก็บรักษานมอย่างไร จึงช่วยกันหาข้อมูลและสรุปร่วมกันได้ เช่น “นมแม่ออกจากเต้านม ต้องแช่เย็นไว้ไม่อย่างงั้นนมมันจะเสีย” “นมพาสเจอร์ไรส์คือนมสดสีขาวที่ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นเพราะมันจะเสียเร็ว” “นมยูเอชทีเก็บได้นาน แต่ต้องไม่ให้โดนแสงแดด” เป็นต้น
และมาถึงประเด็นสุดท้ายที่เด็ก ๆ ช่วยกันสืบค้นถึงประโยชน์และโทษของนม มีประเด็นย่อย ๆ ได้แก่ นมเอาไปทำอะไรได้บ้าง กินกับอะไรได้บ้าง ใครดื่มนมได้บ้าง และทำไมเราต้องดื่มนม ซึ่งเด็ก ๆ ช่วยกันสืบค้นและสรุปข้อมูลร่วมกันได้ เช่น “นมทำให้แข็งแรง” “มีแคลเซียมบำรุงกระดูก” “นมมีวิตามิน ทุก ๆ คนในบ้านดื่มนมได้ทุกคน” “นมเปรี้ยวทำให้ลำไส้แข็งแรง” “นมเอาไปทาขนมปังได้” “เอานมไปทำไอศกรีม” เป็นต้น และช่วงสุดท้ายของกิจกรรมเด็ก ๆ ได้เรียนรู้และลงมือทำโยเกิร์ต โดยได้เชิญคุณชุติมา ผู้ปกครองนักเรียนซึ่งมีอาชีพ มาเป็นวิทยากรให้ความรู้กับเด็ก ๆ และยังได้นำโยเกิร์ตมาปั่นผสมกับผลไม้ คือ อโวคาโด กีวี และเด็ก ๆ ช่วยกันเปรียบเทียบความเหมือนและแตกต่างของประโยชน์ระหว่างนมพืชและนมสัตว์ พร้อมทั้งทำเป็น Venn Diagram ซึ่งตลอดการเรียนรู้แบบ Project Approach ของเด็ก ๆ มีการบูรณาการ STEAM เพื่อเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ให้กับเด็ก ๆ โดยจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ (Science) เช่น การสำรวจ สังเกต การตั้งสมมติฐาน การรทดลอง เป็นต้น กิจกรรมเทคโนโลยี (Technology) เช่น ใช้คอมพิวเตอร์สืบค้นข้อมูล เป็นต้น กิจกรรมวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) เช่น การออกแบบและประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ การเลือกใช้วัสดุ เป็นต้น ศิลปะ (Arts) เช่น การวาดภาพระบายสี การปั้นดินน้ำมัน การใช้ภาษาทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ การฝึกร้องเพลง เป็นต้น และคณิตศาสตร์ (Mathematics) เช่น การนับจำนวน เปรียบเทียบ มากกว่า น้อยกว่า รูปทรง การชั่งตวงวัด เป็นต้น
ระยะที่ 3 เป็นการสรุป คุณครูและเด็ก ๆ ช่วยกันสรุปคำตอบในสิ่งที่สงสัยได้ครบทุกประเด็น และเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ บอกเล่าความประทับใจจากการเรียนรู้ และเด็ก ๆ ได้ช่วยกันคิดออกแบบห้องนิทรรศการ “นม” และช่วยกันตกแต่งนิทรรศการด้วยวัวจำลองตัวโต ร้านขายนม และผลงานจากการสร้างสรรค์ของเด็ก ๆ หลากหลายรูปแบบ เช่น งานปั้นดินน้ำมัน ภาพวาดระบายสี งานประดิษฐ์จากเศษวัสดุ เป็นต้น ซึ่งหากคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองและผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการ ท่านจะได้เห็นว่า “นม” มีประโยน์มากกว่าที่เราเข้าใจ
โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่
3810 ถนนพระราม 4 , แขวงคลองตัน เขตคลองเตย, กรุงเทพ, 10110
โทรศัพท์: (0) 2 249-0081-3เยี่ยมชมเว็บไซต์
เว็บไซต์