“หมูเด้ง”” แม้ตัวจะชื่อหมูเด้ง แต่จริง ๆ น้องเป็นฮิปโปโปเตมัสแคระ ซึ่งเวลานี้คงไม่มีใครไม่รู้จักดาวเด่นตัวน้อยที่ดีดเด้งจนโด่งดังทั้งในไทยและทั่วโลก ผู้คนแห่กันมาเยี่ยมชมความน่ารักจนแน่นสวนสัตว์เปิดเขาเขียว รวมทั้งเด็ก ๆ ชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 ของโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ที่ชื่นชอบและสนใจอยากรู้เกี่ยวกับหมูเด้งให้มากยิ่งขึ้น จึงลงความเห็นร่วมกันเลือก “ฮิปโปโปเตมัส” ในการเรียนรู้แบบ Project Approach ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้รูปแบบหนึ่งที่โดดเด่นของโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ ซึ่งคุณครูวิวรรณ สารกิจปรีชาหรือครูไก่ ได้นำมาใช้ใน การพัฒนาเด็กผสมผสานกับ STEAM ให้เด็กเกิดทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติจริง
การเรียนรู้แบบ Project Approach แบ่งออกเป็น 3 ช่วง โดยระยะที่ 1 เป็นระยะเริ่มต้น ในสัปดาห์ที่ 1 และ 2 เด็ก ๆ ช่วยกันเสนอหัวข้อเรื่องที่แต่ละคนสนใจกันอย่างหลากหลาย เมื่อสรุปหัวข้อเรื่องร่วมกันแล้วได้ 5 เรื่อง ได้แก่ ปลา รถ ฮิปโปโปเตมัส ไดโนเสาร์ และขนมไทย ซึ่งเด็กแต่ละคนได้ลงคะแนนเลือกเรื่องที่ตนสนใจมากที่สุด เมื่อสรุปคะแนนแล้ว เรื่อง “ฮิปโปโปเตมัส” ได้คะแนนมากที่สุดถึง 10 คะแนน รองลงมา คือ ปลาและรถ ได้ 3 คะแนน ไดโนเสาร์ 2 คะแนน และขนมไทย 1 คะแนน เมื่อเด็ก ๆ ได้หัวข้อเรื่องที่จะร่วมกันศึกษาเรียนรู้อย่างลึกซึ้งแล้ว คุณครูได้เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์เดิมของแต่ละคนเกี่ยวกับฮิปโปโปเตมัส ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ เช่น การวาดภาพระบายสี การปั้นดินน้ำมัน การประดิษฐ์จากเศษวัสดุ เป็นต้น และได้เล่าเรื่อง เช่น “หนูเคยไปดูฮิปโปโปเตมัสที่เขาเขียว หนูต่อแถวนานมาก หนูไปดูหมูเด้งมา หมูเด้งเห็นฮิปโปแคระ” “ฮิปโปโปเตมัสมันว่ายน้ำได้ มันตัวใหญ่” เป็นต้น หลังจากนั้นเด็ก ๆ ได้ช่วยกันเสนอเรื่องที่อยากรู้เกี่ยวกับฮิปโปโปเตมัส และสรุปร่วมกันเป็น Web ได้ 6 ประเด็น ได้แก่ ฮิปโปโปเตมัสมีลักษณะเป็นอย่างไร ชนิดของฮิปโปโปเตมัส อาหารของฮิปโปโปเตมัส ข้อควรระวังเกี่ยวกับฮิปโปโปเตมัส ทำไมต้องอาบน้ำให้ฮิปโปโปเตมัส ซึ่งเด็ก ๆ ได้ช่วยกันเสนอวิธีสืบค้นหาข้อมูล เช่น หาหนังสือเรื่องฮิปโปโปเตมัส หาใน Google ไปที่สวนสัตว์หรือซาฟารีเวิลด์ เป็นต้น
ระยะที่ 2 เป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนรู้ ใช้เวลา 5 สัปดาห์ โดยเด็ก ๆ ได้ช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่าฮิปโปโปเตมัสคืออะไรก่อนเริ่มค้นหาข้อมูล เช่น “ฮิปโปโปเตมัสคือสัตว์ที่ตัวใหญ่ มีขา 4 ขา มีหาง มีตา มีปากใหญ่” เป็นต้น แล้วจึงเริ่มสืบค้นจากอินเทอร์เน็ต ช่วยกันสะกดตัวพยัญชนะและพิมพ์ลงในช่องค้นหาของ Google เมื่อพบข้อมูลจากหลายเว็บไซต์ และช่วยกันเปิดหนังสือเกี่ยวกับฮิปโปโปเตมัสและพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 แล้วคุณครูช่วยอ่านให้เด็ก ๆ ฟัง และเด็ก ๆ สรุปความหมายร่วมกันได้ว่า ฮิปโปโปเตมัส คือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ภาษากรีก แปลว่า ม้าแม่น้ำ มี 2 ชนิด คือ ฮิปโปโปเตมัส และฮิปโปโปเตมัสแคระ กินพืชเป็นอาหาร พบที่ทวีปแอฟริกา พบตามแหล่งน้ำ เช่น แม่น้ำ มีริมฝีปากหนา มีฟันอยู่ในปาก มีฟันใหญ่และเขี้ยวยาว ชอบอ้าปากกว้าง
เด็ก ๆ หาข้อมูลเพิ่มเติม จากการดูสารคดีเกี่ยวกับฮิปโปโปเตมัสและสำรวจฮิปโปโปเตมัสจำลอง และพูดคุยถึงลักษณะภายนอกของฮิปโปโปเตมัสร่วมกัน พิมพ์ภาพ วาดภาพระบายสี และประดิษฐ์ฮิปโปโปเตมัสจากเศษวัสดุ เด็ก ๆ ได้เปรียบเทียบความเหมือนและแตกต่างระหว่างฮิปโปโปเตมัสกับคน เช่น “ฮิปโปโปเตมัสเลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนคน” “ฮิปโปโปเตมัสมันนอนหลับในน้ำได้ คนนอนหลับในน้ำไม่ได้” “ข้างในตัวฮิปโปโปเตมัสมีกระดูก คนก็มีกระดูกเหมือนกัน” เป็นต้น และทำเป็น Venn Diagram ให้เห็นชัดเจน และค้นหาข้อมูลเพิ่มเพื่อให้เข้าใจชัดเจนว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นอย่างไร ซึ่งได้สรุปคำตอบร่วมกันได้ เช่น “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลูกมันจะกินนมของแม่มัน” “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นสัตว์เลือดอุ่น” “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมออกลูกเป็นตัว” เป็นต้น และเด็ก ๆ ยังสามารถบอกได้ว่าสัตว์อะไรบ้างเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ลิง จิงโจ้ วาฬ โลมา ค้างคาว ตุ่นปากเป็ด เป็นต้น เด็ก ๆ ยังได้แบ่งกลุ่มช่วยกันจัดกลุ่มสัตว์ชนิดต่าง ๆ ได้ตามเกณฑ์ เช่น สัตว์ป่า / สัตว์เลี้ยง สัตว์ดุร้าย / สัตว์ไม่ดุร้าย เป็นต้น
หลังจากนั้นเด็ก ๆ ได้ช่วยกันสืบค้นเกี่ยวกับทวีปแอฟริกาซึ่งถิ่นกำเนิดของฮิปโปโปเตมัส และสรุปร่วมกันได้ เช่น “ทวีปแอฟริกามีขนาดใหญ่มาก” “ใหญ่รองจากทวีปเอเชีย” “ทวีปแอฟริกามีสัตว์ป่าอาศัยอยู่เยอะ” เป็นต้น เด็ก ๆ สืบค้นข้อมูลต่อในประเด็นชนิดของฮิปโปโปเตมัส ซึ่งพบข้อมูลและสรุปร่วมกันได้ เช่น “ฮิปโปโปเตมัสแบ่งออกเป็น 2 ชนิด” “ชนิดที่ 1 ฮิปโปโปเตมัส” “ชนิดที่ 2 ฮิปโปโปเตมัสแคระ” “หมูเด้งที่หนูเคยไปดูเป็นฮิปโปโปเตมัสแคระ” เป็นต้น และบอกความเหมือนและความแตกต่างของทั้ง 2 ชนิดได้ เช่น “ฮิปโปโปเตมัสกับฮิปโปโปเตมัสแคระกินพืชเป็นอาหารเหมือนกัน” “มันชอบออกไปหาอาหารกินตอนกลางคืนเหมือนกัน” “ฮิปโปโปเตมัสจะมีขนาดใหญ่และหนักกว่า” “ฮิปโปโปเตมัสแคระมันชอบอยู่ตัวเดียว” “แต่ฮิปโปโปเตมัสมันชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง” เป็นต้น เด็ก ๆ เรียนรู้กันอย่างสนุกสนาน ได้ลองเปรียบเทียบความเหมือนและแตกต่างระหว่างฮิปโปโปเตมัสกับแรด สรุปร่วมกันได้ เช่น “มันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนกัน” “ฮิปโปโปเตมัสสายตาไม่ดีเหมือนแรด” “ฮิปโปโปเตมัสชอบอยู่ในน้ำ” “แรดไม่ชอบอยู่ในน้ำ” “แรดมีนออยู่ที่หน้า” “ฮิปโปโปเตมัสไม่มีนออยู่ที่หน้า” เป็นต้น และยังได้เปรียบเทียบกับจระเข้อีกด้วย เช่น “จระเข้ออกลูกเป็นไข่” “ฮิปโปโปเตมัสออกลูกเป็นตัว” “ฮิปโปโปเตมัสเลี้ยงลูกด้วยนม” “จระเข้ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนม” “มันชอบอ้าปากกว้างเหมือนกัน” “ฮิปโปโปเตมัสมันอ้าปากกว้างไว้ขู่สัตว์ตัวอื่น” “จระเข้มันชอบอ้าปากเพราะมันระบายความร้อน”
เด็ก ๆ ได้มีโอกาสเรียนรู้ และสอบถามสิ่งที่สงสัยเกี่ยวกับฮิปโปโปเตมัสจากวิทยากร ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จากองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เช่น “ทำไมฮิปโปโปเตมัสมันถึงชอบอ้าปากกว้าง” “หนูสงสัยว่าทำไมต้องฉีดน้ำให้ฮิปโปโปเตมัสตลอดเวลา” “ฮิปโปโปเตมัสมันกินสัตว์เป็นอาหารไหม” “ฮิปโปโปเตมัสมันกัดคนไหม” เป็นต้น และได้แลกเปลี่ยนพูดคุยร่วมกันในทุกประเด็นของคำถามที่ตั้งไว้ เช่น “มันอ้าปากกว้างเพราะมันขู่สัตว์อื่น” “ฮิปโปโปเตมัสมันไม่ชอบความร้อน” “มันไม่กินสัตว์เป็นอาหาร” “ฮิปโปโปเตมัสมันกัดคนได้” “มันกลัวคนเข้าไปทำร้ายมัน” “มันต้องป้องกันตัวเอง” เป็นต้น เด็ก ๆ ยังคงช่วยกันสืบค้นหาคำตอบในประเด็นต่อไปคือ อาหารของฮิปโปโปเตมัส ซึ่งหลังจากการสืบค้นแล้วสรุปร่วมกันได้ เช่น “ฮิปโปโปเตมัสที่อยู่ตามธรรมชาติมันกินหญ้าเป็นอาหาร” “ฮิปโปโปเตมัสที่เขาเลี้ยงที่สวนสัตว์เขาเอาผลไม้กับหญ้าให้กิน” “หญ้าขนทำให้ร่างกายของฮิปโปโปเตมัสแข็งแรง” เป็นต้น โดยคุณครูช่วยจัดหาอาหารของฮิปโปโปเตมัสหลากหลายชนิดมาให้เด็ก ๆ ได้ลองสำรวจและสังเกตด้วยตนเองผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5
คุณครูเสริมทักษะด้านคณิตศาสตร์ ให้เด็ก ๆ ด้วยการให้เด็กชั่งน้ำหนักตัวเองและบวกเลขน้ำหนักตัวของทุกคน ให้มีค่าเท่ากับ 1,500 กิโลกรัม ซึ่งเป็นน้ำหนักตัวของฮิปโปโปเตมัส โดยเด็ก ๆ บวกน้ำหนักตัวของทุกคนในห้องก็ยังไม่ได้ จึงได้ชวนเพื่อน ๆ อนุบาลปีที่ 1/2 และ 1/3 และพี่อนุบาล 2 มาร่วมกิจกรรม ซึ่งต้องใช้เด็กมากถึง 97 คน จึงได้น้ำหนักรวมเท่ากับน้ำหนักของฮิปโปโปเตมัส 1 ตัว
และเพื่อให้เกิดประสบการณ์มากยิ่งขึ้น คุณครูได้นำเด็ก ๆ ไปทัศนศึกษาที่ซาฟารีเวิลด์ เด็ก ๆ ได้สังเกตและสำรวจฮิปโปโปเตมัสตัวเป็น ๆ และสัตว์อื่น ๆ อีกหลากหลายชนิด โดยคุณครูคอยดูแลความปลอดภัยของเด็ก ๆ อย่างใกล้ชิด หลังจากกลับมาแล้วเด็ก ๆ ได้เล่าประสบการณ์กันอย่างสนุกสนาน เช่น “ไปดูสัตว์ที่ซาฟารีเวิลด์ เห็นฮิปโปโปเตมัสด้วย หนูกับเพื่อนเห็นฮิปโปโปเตมัสอ้าปากกว้างแล้วก็กินหญ้า มันใช้ฟันเคี้ยวหญ้า ในปากมันมีฟันเยอะ ปากมันกว้างมาก มันชอบอ้าปากกว้าง ๆ มันเป็นสัตว์บกแต่มันชอบไปนอนในน้ำเพราะมันร้อน” “ฮิปโปโปเตมัสมันกินหญ้าอยู่มันหิวอาหาร คนเลี้ยงเอาหญ้ากับกล้วยให้มันกิน มันเอาหญ้าใส่ปากมัน มันยืนอยู่ใกล้ ๆ น้ำ มีฮิปโปโปเตมัสนอนอยู่ในน้ำด้วย มันอ้าปากด้วย มันอ้าปาก กว้างมาก มีจระเข้ด้วย จระเข้มันชอบอ้าปากกว้างเหมือนฮิปโปโปเตมัส” เป็นต้น และเด็ก ๆ ยังได้คำตอบในประเด็นข้อควรระวังเกี่ยวกับฮิปโปโปเตมัส คือ “ฮิปโปโปเตมัสเป็นสัตว์ที่ดุร้าย” “มันหวงที่อยู่ของมันด้วย” “แม่ฮิปโปโปเตมัสมันจะหวงลูกมาก” “ที่มันทำร้ายคนเพราะคนเข้ามาใกล้ตรงที่มันอยู่” “เราต้องไม่เข้าไปใกล้ ๆ ฮิปโปโปเตมัส” “ไปเที่ยวสวนสัตว์เราไม่เอามือเข้าไปในกรงของฮิปโปโปเตมัส” เป็นต้น
หลังจากเด็ก ๆ ได้สืบค้นหาคำตอบได้ครบในทุกประเด็นแล้ว ในระยะสุดท้ายของการเรียนรู้ เด็ก ๆ ได้ช่วยกันสรุปคำตอบของทุกคำถามที่ตั้งไว้ ช่วยกันแต่งนิทานและวาดภาพระบายสีประกอบ แบ่งกลุ่มช่วยกันจัดทำฮิปโปโปเตมัสจำลอง ฮิปโปโปเตมัสแคระจำลอง ที่อยู่ของฮิปโปโปเตมัสจำลอง ทำการ์ดเชิญผู้ปกครอง และตกแต่งห้องนิทรรศการ “ฮิปโปโปเตมัส” ด้วยผลงานหลากหลายรูปแบบที่ได้สร้างสรรค์ระหว่างการเรียนรู้ตลอดระยะเวลา 7 สัปดาห์ ห้องนิทรรศการและเด็ก ๆ พร้อมต้อนรับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชม แล้วท่านจะได้รับฟังเรื่องราวของฮิปโปโปเตมัสจากเด็ก ๆ ที่ถ่ายทอดประสบการณ์ได้อย่างสนุกสนานและน่าประทับใจ
โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่
3810 ถนนพระราม 4 , แขวงคลองตัน เขตคลองเตย, กรุงเทพ, 10110
โทรศัพท์: (0) 2 249-0081-3เยี่ยมชมเว็บไซต์
เว็บไซต์