หากพบเหตุการณ์ไฟไหม้ ทุกท่านจะแจ้งเหตุที่ไหน เบอร์โทรศัพท์อะไร หลาย ๆ ท่านอาจไม่ทราบ หรือเคยรู้แต่จำไม่ได้ แต่เด็กน้อยชั้นเตรียมอนุบาลของโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่สามารถบอกได้อย่างถูกต้อง แต่ทุกท่านคงสงสัยว่าเด็ก ๆ รู้ได้อย่างไร ลองมาหาคำตอบไปด้วยกัน
การเรียนรู้แบบ Project Approach เริ่มจากระยะที่ 1 เป็นระยะเริ่มต้น เด็ก ๆ ช่วยกันเสนอหัวข้อเรื่องที่ต้องการเรียนรู้ เช่น ควาย ไก่ ม้า รถดับเพลิง ช้าง หมา ลูกหมู เป็นต้น และให้เด็กแต่ละคนเลือกเรื่องที่สนใจโดยนำรูปของตัวเองมาติดในช่องหัวข้อเรื่อง โดยหัวข้อเรื่อง “รถดับเพลิง” มีเด็กสนใจเลือกมากที่สุดถึง 10 คน ซึ่งเด็ก ๆ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์เดิมของตนเองเกี่ยวกับรถดับเพลิงผ่านกิจกรรมศิลปะหลากหลายรูปแบบ เช่น การวาดภาพระบายสี การปั้นดินน้ำมัน การประดิษฐ์จากเศษวัสดุ และการบอกเล่า เช่น “ที่บ้านมีรถดับเพลิงเอาไว้ฉีดน้ำ รถดับเพลิงเคยเห็นสีแดง มีสายดับเพลิงไว้ฉีดน้ำ รถดับเพลิงมีที่ฉีดน้ำเพราะเป็นรถดับเพลิง มีคนขับ มีวี้หว่อ”
หลังจากนั้นเด็ก ๆ ได้ฝึกการคิดตั้งคำถามในสิ่งที่สงสัย และสรุปความคิดร่วมกันเป็นประเด็นคำถาม 5 ประเด็น ได้แก่ รถดับเพลิงคืออะไร/ทำอะไรได้บ้าง รถดับเพลิงมีกี่แบบและใช้พาหนะอื่นได้ด้วยหรือไม่ มีส่วนประกอบอะไรบ้าง เมื่อมีไฟไหม้เป็นอย่างไร และเรียกรถดับเพลิงได้อย่างไร และเพื่อให้ได้คำตอบในประเด็นที่สงสัยเด็ก ๆ ช่วยกันเสนอวิธีสืบค้นหาข้อมูล เช่น “ไปถามพ่อแม่ ไปหาในคอมพิวเตอร์ ไปหาในหนังสือ”
การเรียนรู้ในระยะที่ 2 เป็นการสืบค้นข้อมูล เด็ก ๆ ได้แสดงความคิดเห็นกันก่อนค้นหาความหมายของคำว่า รถดับเพลิง และสืบค้นด้วยวิธีต่าง ๆ ที่เคยได้เสนอไว้ เช่น ช่วยกันเปิดหนังสือพจนานุกรมและได้ใช้ คอมพิวเตอร์ค้นหาด้วย Google ช่วยกันบอกพยัญชนะต้น สะกดคำ และค้นหาคำ โดยคุณครูคอยแนะนำและช่วยอำนวยความสะดวก แล้วมาสรุปความหมายร่วมกันได้ว่า รถดับเพลิง คือ รถที่ใช้ดับเพลิงไหม้ที่เกิดตามอาคารสถานที่ต่าง ๆ มีอุปกรณ์สำหรับดับไฟ เช่น ถังเก็บน้ำ สายสูบน้ำ หัวสูบ บันได หลังจากนั้นคุณครูได้จัดเตรียมภาพและรถดับเพลิงจำลองหลากหลายรูปแบบมาให้เด็กได้สำรวจและสังเกต และถ่ายทอดผ่านการสร้างสรรค์ผลงาน
ศิลปะและการเล่า เช่น “รถมีที่ฉีดน้ำ มีสายฉีดน้ำ มีที่กด กดแล้วมีเสียง มีบันได มีล้อ 6 ล้อ มีกระเช้าไว้ให้คนนั่ง มีอุปกรณ์ รถสีแดง มีล้อกลม ๆ มีไฟวี้หว่อ มีที่นั่ง มีกระจก มีที่หมุนน้ำ” เป็นต้น
ซึ่งเป็นคำตอบในประเด็น ส่วนประกอบของรถดับเพลิง เมื่อเด็ก ๆ ได้รู้ถึงส่วนประกอบของรถดับเพลิงแล้ว ก็ได้คิดออกแบบและลงมือสร้างสรรค์ภาพและประดิษฐ์ส่วนประกอบต่าง ๆ ของรถดับเพลิง และจากความสงสัยเพิ่มเติมของเด็ก ๆ ที่เห็นรถรดน้ำต้นไม้ คุณครูจึงได้ให้เด็ก ๆ สังเกตและเปรียบเทียบความเหมือนและแตกต่างกับรถดับเพลิง และบอกเล่าได้ เช่น “รถไม่เหมือน สีไม่เหมือน รถดับเพลิงคันใหญ่มีล้อเหมือนรถรดน้ำต้นไม้ ฉีดน้ำได้เหมือนกัน รถดับเพลิงฉีดน้ำแรงกว่า รูปร่างรถไม่เหมือน รถดับเพลิงมีสายไว้ฉีดน้ำ รถรดน้ำต้นไม้มีสายฉีดแต่ไม่แรงเหมือนรถดับเพลิง รถดับเพลิงมีอุปกรณ์ไว้ดับไฟ แต่รถรดน้ำต้นไม้ไม่มี รถมีปั๊มน้ำ” เป็นต้น และยังได้เปรียบเทียบกับรถพยาบาล เช่น “รถมีไฟไซเรนเหมือนกัน รถพยาบาลไม่มีสายฉีดน้ำ รถดับเพลิงมีที่ฉีดน้ำ รถดับเพลิงไม่มีถังออกซิเจนให้คนป่วย รถพยาบาลมี”
และเมื่อเด็ก ๆ ได้ฟังเสียงและเห็นภาพไฟไซเรน คุณครูช่วยเสริมในเรื่องสีของสัญญาณไฟไซเรน เด็ก ๆ สามารถจับคู่สัญญาณไฟไซเรนกับรถประเภทต่าง ๆ ได้ เช่น “ไฟสีแดง-น้ำเงินเป็นของรถพยาบาล รถตำรวจสีแดง รถมูลนิธิสีเหลือง สีแดงเป็นของรถดับเพลิง” เป็นต้น ในสัปดาห์ต่อมา เด็ก ๆ ได้ช่วยกันค้นหาคำตอบว่า เมื่อมีไฟไหม้เป็นอย่างไร และจะเรียกรถดับเพลิงได้อย่างไร โดยการดูจากภาพและสรุปร่วมกันกับคุณครูได้ เช่น “ไฟไหม้มีควันสีดำเยอะ ไฟออกมาทางกระจก ควันลอยขึ้น ไฟไหม้โทรให้รถดับเพลิงมาฉีดน้ำ โทรไปเบอร์ 199” เป็นต้น เด็ก ๆ มีสิ่งที่สงสัยเพิ่มเติม เช่น น้ำในรถดับเพลิงเก็บไว้ตรงไหน ถ้าน้ำหมดไปเอาที่ไหน ทำไมต้องมีประปาหัวแดงที่อยู่ถนน เป็นต้น จึงได้สืบค้นเพิ่มเติมจากการดูภาพและคลิปวิดีโอ และสรุปร่วมกันได้ว่า ประปาหัวแดง คือ หัวจ่ายน้ำพิเศษที่เชื่อมต่อกับท่อประปาหลัก ทำหน้าที่จ่ายน้ำให้กับรถดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิงอื่น ๆ ในกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ นักดับเพลิงสามารถต่อสายดับเพลิงเข้ากับประปาหัวแดง และเปิดวาล์วเพื่อรับน้ำที่มีแรงดันสูงเพียงพอสำหรับการควบคุมเพลิง
อีกทั้งยังได้รับประสบการณ์ตรงจากได้ลองขึ้นรถดับเพลิง สำรวจและสังเกตอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ดูการสาธิตการฉีดน้ำและทดลองฉีดน้ำด้วยตัวเองทุกคน และสอบถามสิ่งที่สงสัยจากวิทยากร เจ้าหน้าที่ดับเพลิง สถานีดับเพลิงและกู้ภัยคลองเตย ทำให้เด็ก ๆ ได้รู้ว่า รถดับเพลิงมีแบบใดบ้าง รถเก็บน้ำไว้ตรงไหน ถ้าไม่มีน้ำดับไฟได้ไหม อุปกรณ์ในรถดับเพลิงมีขวานไว้ทำอะไร นักดับเพลิงทำไมต้องใส่หมวกเวลาดับไฟ ทำไมมีควันตอนไฟไหม้ นักดับเพลิงมีหน้าที่ทำอะไร ในรถดับเพลิงมียาไหม และช่วยกันเล่าถ่ายทอดประสบการณ์สรุปคำตอบร่วมกันได้ว่า “รถดับเพลิงคันใหญ่สีแดง มีหัวฉีดน้ำ สายฉีดน้ำ มีขวานเอาไว้ฟันประตู มีที่งัดเข้าไปดับไฟ มีถังดับเพลิง พี่เปิดเสียงสัญญาณไซเรนเสียงหวอ หวอ แสดงว่ามีไฟไหม้ต้องโทรไปแจ้งนักดับเพลิง เบอร์ 199 พี่ใส่ชุดดับเพลิง มีหมวก ต้องใส่หมวกเดี๋ยวของหล่นใส่หัว มีถุงมือกันความร้อน ถังออกซิเจนช่วยหายใจ ได้ไปฉีดน้ำ เปิดน้ำมาแรงเพราะมีปั๊มน้ำ เวลาน้ำหมดไปเติมที่ประปาหัวแดง ได้ฟังเสียงสัญญาณรถดับเพลิงดังหวอ ๆ เสียงไม่เหมือนรถพยาบาล รถดับเพลิงไม่มียาเพราะไม่ใช่รถพยาบาล” ทำให้เด็ก ๆ ได้คำตอบในสิ่งที่สงสัยครบทุกประเด็น
การเรียนรู้ในระยะที่ 3 เป็นระยะสรุป เด็กทุกคนและคุณครูได้ช่วยกันสรุปองค์ความรู้ที่เกิดจากการเรียนรู้ด้วยตนเองมาตลอดระยะเวลา 5 สัปดาห์ ด้วยการเล่าประสบการณ์ และการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เช่น การวาดภาพระบายสี การปั้นดินน้ำมัน การประดิษฐ์จากเศษวัสดุ เป็นต้น และยังได้ช่วยกันแสดงความคิดเห็นในการจัดห้องนิทรรศการ “รถดับเพลิง” และช่วยจัดวางรถดับเพลิงจำลองคันใหญ่ ตึกไฟไหม้จำลอง ส่วนประกอบต่าง ๆ ของรถดับเพลิง ผลงานสร้างสรรค์จากฝีมือของเด็ก ๆ และติดหมายเลขโทรศัพท์กรณีเกิดเหตุไฟไหม้ “199” ตัวใหญ่สีแดงให้เห็นอย่างชัดเจน เด็ก ๆ พ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้เข้าชมนิทรรศการทุกท่านคงประทับใจในความสามารถของเด็กตัวน้อย ๆ และจดจำเบอร์โทรศัพท์นี้ไปได้อีกนาน
โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่
3810 ถนนพระราม 4 , แขวงคลองตัน เขตคลองเตย, กรุงเทพ, 10110
โทรศัพท์: (0) 2 249-0081-3เยี่ยมชมเว็บไซต์
เว็บไซต์