“ของใช้รูปร่างคล้ายถุงหรือกระเพาะ ที่ทำมาจากหนัง พลาสติก ผ้า และวัสดุธรรมชาติ สำหรับใส่เงินหรือสิ่งของต่าง ๆ” นี่คือความหมายของ “กระเป๋า” ที่เด็กชั้นอนุบาล 3/2 โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่สืบค้นได้จากการเรียนรู้แบบ Project Approach ที่โรงเรียนจัดเป็นประจำทุกปี ซึ่งเด็ก ๆ เคยมีประสบการณ์ รู้ถึงขั้นตอนการเรียนรู้ และเฝ้ารอที่จะได้ทำกิจกรรมนี้อีกครั้ง
ในระยะแรกของการเรียนรู้ เด็กแต่ละคนเสนอหัวข้อเรื่องที่ตนสนใจ ช่วยกันสรุปเป็นหัวข้อเรื่องทั้งหมด และลงคะแนนเลือกตามแนวทางประชาธิปไตย ซึ่งหัวข้อเรื่อง “กระเป๋า” มีเด็กสนใจมากที่สุด 8 คะแนน จึงสรุปเป็นหัวข้อเรื่องที่เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้อย่างลุ่มลึกด้วยตนเอง โดยคุณครูเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ถ่ายทอดประสบการณ์เดิมของแต่ละคนด้วยการเล่าได้อย่างน่าสนใจ เช่น “กระเป๋ามันมีหลายอย่าง มีใบใหญ่ มีใบเล็ก มันทำมาจากวัสดุหลายอย่าง มีทั้งผ้า พลาสติก แล้วมันก็มีหนังวัว หนังแกะ แล้วก็มีหนังอื่น ๆ ด้วยครับ” เป็นต้น และถ่ายทอดเป็นผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ หลังจากนั้นเด็ก ๆ ได้ช่วยกันตั้งคำถามในสิ่งที่สงสัยอยากรู้ สรุปเป็นประเด็นที่อยากรู้ได้ 6 ประเด็น คือ กระเป๋าคืออะไร ประวัติและความเป็นมาของกระเป๋า ส่วนประกอบและวัสดุ ประเภท/ชนิดของกระเป๋า วิธีการทำ ประโยชน์และวิธีการดูแลรักษา พร้อมทั้งเสนอวิธีที่จะใช้ในการสืบค้น รวมทั้งแหล่งข้อมูลที่ต้องการ เช่น “เราจะไปหาคำตอบที่เราสงสัยได้ที่โรงงานทำกระเป๋าค่ะ” “เราหาคำตอบใน Internet ก็ได้ครับ เข้า Google แล้วพิมพ์หาคำว่ากระเป๋า หรือเราอยากรู้อะไรก็พิมพ์ลงไป แล้วกดค้นหาข้อมูลมันก็จะขึ้นมาครับ” เป็นต้น ซึ่งเด็ก ๆ จะได้สืบค้นในระยะต่อไป
ระยะที่ 2 เป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนรู้ โดยเด็ก ๆ ช่วยกันสืบค้นด้วยวิธีการต่าง ๆ จากแหล่งข้อมูลที่ได้เสนอไว้ โดยคุณครูจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้กับเด็ก ๆ เริ่มสืบค้นจากประเด็นแรก คือ กระเป๋าคืออะไร เด็ก ๆ ได้พูดคุยตามความเข้าใจเดิมก่อนสืบค้น เช่น “กระเป๋าคือสิ่งที่เราใช้สะพายมาโรงเรียนทุกวันค่ะ มันคือของใช้ส่วนตัวค่ะ” “กระเป๋าคือของที่ใช้ใส่สิ่งต่าง ๆ ได้ครับ” เป็นต้น แล้วจึงเปิดหนังสือพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน หนังสือสารานุกรมสำหรับเยาวชน และหนังสือปทานานุกรม พบคำว่ากระเป๋าและพยายามช่วยกันอ่านความหมายได้ว่า กระเป๋า คือ ของใช้รูปร่างคล้ายถุงหรือกระเพาะ ที่ทำมาจากหนัง พลาสติก ผ้า และวัสดุธรรมชาติ สาหรับใส่เงินหรือสิ่งของต่าง ๆ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Bags และค้นหาในอินเทอร์เน็ตว่ามีความเป็นมาอย่างไร และสรุปข้อมูลร่วมกันได้ว่า กระเป๋ามันเกิด
จากที่นักบวชชาวอาฟกันอยากได้อะไรบางอย่างที่จะเอามาใส่เครื่องราง ก็เลยไปเอาหนังสัตว์มาเย็บเป็นถุงขนาดเท่าฝ่ามือ
มือซึ่งเป็นคำตอบ ของประเด็นถัดมา คือ ประวัติและความเป็นมาของกระเป๋า และเด็ก ๆ ยังสงสัยอีกว่าประเทศไทยเริ่มมีกระเป๋าเมื่อไหร่ จึงได้สืบค้นเพิ่มเติมจนได้ข้อมูลว่า “คนไทยก็เริ่มรู้จักจากถุงก่อน เป็นเงินถุงแดงในสมัยรัชกาลที่ 3 ท่านเก็บเงินในสมัยนั้นไว้ในถุงสีแดง ถุงเงินสีแดงมันก็คล้าย ๆ กับถุงหูรูดของชาวอาฟกัน ชาวบ้านก็ทำเป็นถุงต่าง ๆ ทำจากผ้า แล้วก็เริ่มทำกระเป๋าจากไม้ด้วย” เด็ก ๆ ช่วยกันหาคำตอบในประเด็นถัดมา คือ ส่วนประกอบและวัสดุ และประเภท/ชนิดของกระเป๋า โดยการสำรวจและสังเกตกระเป๋าหลากหลายประเภท หลายแบบ และหลายวัสดุที่คุณครูและผู้ปกครองช่วยจัดเตรียมให้ ได้ลองแยกกระเป๋าเป็นประเภทต่าง ๆ ตามที่ได้ข้อมูลจากการสืบค้น แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ หนัง ผ้า พลาสติก และวัสดุธรรมชาติ และพูดคุยเปรียบเทียบกระเป๋าแต่ละประเภทได้ เช่น “กระเป๋าหนังมันมีหลายแบบ มีหนังวัว มีหนังปลากระเบน แล้วมีหนัง PU ที่คนทำขึ้นเลียนแบบหนังสัตว์ด้วยนะครับ” “กระเป๋าหนังมันมีน้ำหนักค่ะ มันจะค่อนข้างหนักกว่ากระเป๋าชนิดอื่น ๆ ค่ะ” “กระเป๋าผ้ามันนิ่มมาก มันก็คล้าย ๆ กับถุงผ้าเลยนะครับ แต่ว่าถุงผ้ามันจะบางกว่า กระเป๋าผ้ามันจะหนามากกว่าครับ” “กระเป๋าพลาสติกมันลื่น ๆ มันน้ำหนักเบากว่ากระเป๋าหนังค่ะ” “มีกระเป๋าที่ทำมาจากต้นไผ่ด้วยค่ะ เค้าต้องเอาไม้ไผ่มาทำเป็นตอกก่อนค่ะ แล้วก็เอามาสานเป็นกระเป๋าค่ะ แล้วก็ยังมีกระเป๋าจากผักตบชวาด้วยนะคะ มันจะนิ่มกว่ากระเป๋าไม้ไผ่ กระเป๋าไม้ไผ่มันแข็งค่ะ และก็มีกระเป๋าจากต้นกระจูดด้วย มันสวยมากเลยค่ะ” เป็นต้น
และยังได้เปรียบเทียบกระเป๋ากับถุง โดยจัดทำเป็น Venn Diagram สามารถบอกความเหมือนและความแตกต่างได้ เช่น ชื่อเรียกแตกต่างกัน กระเป๋ามีสาย ถุงมีหู วัสดุคล้ายกัน ลักษณะนามเป็นใบเหมือนกัน เป็นต้น เด็ก ๆ แบ่งกลุ่มและช่วยกันสืบค้นกระเป๋าหลากหลายรูปแบบ สามารถวาดภาพส่วนประกอบของกระเป๋าแบบต่าง ๆ และออกมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังได้ เช่น “กระเป๋าถือมันมีที่เอาไว้จับ บางใบมีซิปรูดเปิดได้ครับ บางใบเป็นกระดุมครับ” “มันมีส่วนประกอบก็คือล้อค่ะ มีคันชักข้างบน เราสามารถดึงขึ้นแล้วก็ลากกระเป๋าไปได้ค่ะ” “กระเป๋าคาดเอวเค้าเอาไว้ใส่ของคาดไว้ที่เอว รูปร่างยาว ๆ มีที่ล็อกด้วยครับ เวลาที่เราคาดเอวหรือคาดอกไว้มันจะได้ล็อกไม่หลุดครับ” “กระเป๋าเป้มันมีที่หิ้วข้างบนด้วยนะคะ แล้วก็มีสายสะพายข้างหลังค่ะ แต่บางคนก็เอามาสะพายไว้ข้างหน้าได้ค่ะ” เป็นต้น และในประเด็นที่อยากรู้ถัดมา คือ วิธีการทำกระเป๋า เด็ก ๆ ได้เปิดคลิปจาก YouTube ดูวิธีการทำกระเป๋าประเภทต่าง ๆ เช่น กระเป๋าสานจากผักตบชวา กระเป๋าผ้า กระเป๋าหนัง เป็นต้น และสรุปขั้นตอนร่วมกันได้ เช่น “กระเป๋าสานจากผักตบชวา เค้าต้องเลือกเอาต้นที่ยาว ๆ หน่อยค่ะ เค้าจะมาล้างทำความสะอาด ใช้ผงซักฟอกล้างด้วยค่ะ แล้วเค้าก็ต้องผ่ามันออก แล้วก็เอาไปตากแดด 3-5 วันค่ะ แล้วเค้าก็เอาผักตบชวาที่ตากแห้งแล้วมาถักเปียก่อนค่ะ แล้วค่อยเอาไปสานเป็นกระเป๋าค่ะ” เป็นต้น
และเพื่อให้เด็ก ๆ ได้รับประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญการทำกระเป๋า คุณครูได้พาเด็ก ๆ ไปทัศนศึกษาที่ MHA leather work school และได้พบกับคุณบุญชัย (ครูแบงค์) ครูสอนทำกระเป๋าหนัง เด็ก ๆ ตั้งใจฟังขั้นตอนการทำกระเป๋าหนัง ได้สอบถามในสิ่งที่สงสัย ได้สำรวจวัสดุ อุปกรณ์ สังเกตวิธีการและทดลองทำด้วยตนเองในทุกขั้นตอน โดยมีคุณครูและวิทยากรช่วยดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด จนได้กระเป๋าหนังวัวที่สวยงามจากฝีมือของเด็ก ๆ กลับมา และเล่าประสบการณ์กันอย่างสนุกสนาน เช่น “หนูไปเรียนรู้การทำกระเป๋าหนังมาค่ะ หนูกับเพื่อนไปที่โรงเรียนสอนทำกระเป๋า ครูแบงค์เป็นคนสอนหนู หนูได้รู้ว่าหนังที่ใช้ทำกระเป๋ามันมีหลายอย่างมากค่ะ แต่ที่โรงเรียนจะเป็นหนังวัวแท้ค่ะ หนูได้ดูหนังวัวที่ฟอกสีแล้ว มันมีหลายสีมาก จับแล้วบางอันแข็งนิดหน่อย บางอันนิ่มมาก ๆ ค่ะ แล้วก็ได้เอาเชือกร้อยใส่เข็มด้วย หนูเลือกเชือกเย็บกระเป๋าสีชมพูสวยมาก หนูได้ลองเย็บกระเป๋าหนังวัวด้วย มันต้องใช้เข็มทิ่มเข้าไปที่รูค่ะ แล้วใช้เข็ม 2 เล่ม เย็บขึ้นลงค่ะ สนุกมากเลยค่ะ” เป็นต้น ในประเด็นสุดท้าย คือ ประโยชน์และวิธีการดูแลรักษา
หลังจากได้สืบค้นข้อมูลแล้ว เด็ก ๆ ได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน เช่น “กระเป๋ามีประโยชน์เพราะมันเป็นของใช้ ทุกคนใช้กระเป๋าในชีวิตประจำวันครับ มีทั้งกระเป๋าเงิน กระเป๋าเงินก็มีใบยาว ใบสั้น ใส่ธนบัตรใส่เหรียญได้ ใส่บัตรก็ได้ครับ กระเป๋าทำงานก็ใส่ของไปทำงานได้ ของก็จะไม่หายไปไหนมันจะอยู่ในกระเป๋าครับ” “กระเป๋ามีประโยชน์หลายอย่างค่ะ มีกระเป๋าเอาไว้ใส่ของแต่งหน้า มีกระเป๋าใส่รองเท้า มีกระเป๋าเก็บสร้อยเก็บต่างหูด้วยค่ะ แล้วก็ยังมีกระเป๋าเก็บยา เหมือนตอนที่เราไปทัศนศึกษาด้วยนะคะ” “เราควรเก็บกระเป๋าไว้ในถุงผ้าครับ ห้ามเก็บกระเป๋าไว้ในถุงพลาสติก เพราะว่าอากาศร้อนจะทำให้หนังกระเป๋ากรอบ แล้วหนังมันจะพัง ใช้ได้ไม่นานครับ” “กระเป๋าหนังกลับต้องระวังเรื่องการเปียกและรอยด่างครับ เราต้องใช้น้ำยาเช็ดกระเป๋าแล้วรีบเช็ดตามด้วยผ้าแห้งนะครับ แล้วก็ไม่เอาไปตากแดดนาน ๆ ด้วยครับ” เป็นต้น และเด็ก ๆ ยังได้พูดคุยกันถึงข้อควรระวังในการใช้กระเป๋า สรุปร่วมกันได้ว่า กระเป๋าไม่ได้มีโทษ เพียงแต่ต้องระมัดระวังในการใช้ เราควรใส่สิ่งของในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่ควรใส่ของหนักเกินไป เพราะอาจจะทำให้ส่งผลต่ออาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดแขน กระดูกหลังงอ และหากบางคนที่สะพายกระเป๋าหนักติดต่อกันนานเป็นเวลาหลายปี อาจจะเกิดโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท กระดูกสันหลังคดผิดรูป เป็นต้น
การเรียนรู้เข้าสู่ระยะสุดท้าย เป็นระยะสรุป โดยคุณครูและเด็ก ๆ ช่วยกันสรุปคำตอบในทุกประเด็นที่สงสัยอยากรู้ ช่วยกันเขียนสรุป Mind Map ความคิดเรื่อง “กระเป๋า” และบอกเล่าถึงความประทับใจจากการเรียนรู้ เช่น “หนูสนุกมากเลยค่ะที่ได้รู้ว่ากระเป๋ามันทำมาจากอะไรได้บ้าง แล้วหนูก็ได้ไปทัศนศึกษา ได้ไปทำกระเป๋าหนัง ได้เย็บกระเป๋าหนัง ได้จำลองกระเป๋า แล้วก็ได้วาดรูปกระเป๋าแบบต่าง ๆ ด้วยค่ะ” “ชอบที่เราได้ทำความสะอาดกระเป๋ากันครับ ได้ใช้ฟองน้ำกับน้ำยาทำความสะอาดเช็ดกระเป๋าหนัง ตอนแรกกระเป๋าหนังใบสีดำมันดูเก่า แต่พอเช็ดน้ำยาแล้วมันดูใหม่ขึ้นเหมือนใบใหม่เลยครับ” เป็นต้น และเด็ก ๆ ยังได้ช่วยกันทำบัตรเชิญคุณพ่อ คุณแม่ และจัดห้องนิทรรศการ “กระเป๋า” ให้สวยงามและน่าสนใจด้วยผลงานที่เด็ก ๆ ได้สร้างสรรค์อย่างหลากหลายเกี่ยวกับกระเป๋าตลอดระยะเวลาของการเรียนรู้ เช่น ภาพวาดระบายด้วยสีชนิดต่าง ๆ งานประดิษฐ์จากเศษวัสดุ งานปั้นดินน้ำมัน นิทานที่แต่งและเขียนขึ้นเองพร้อมวาดภาพประกอบ ตาราง Bee-Bot กระเป๋าใบโต เป็นต้น และหากท่านได้เข้าชมนิทรรศการคงจะได้เยี่ยมชม “ร้านกระเป๋าสดใสกุ๊กไก่” และอุดหนุนกระเป๋า งานฝีมือที่ทำด้วยความตั้งใจ สวยงาม และเต็มไปด้วยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ๆ
โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่
3810 ถนนพระราม 4 , แขวงคลองตัน เขตคลองเตย, กรุงเทพ, 10110
โทรศัพท์: (0) 2 249-0081-3เยี่ยมชมเว็บไซต์
เว็บไซต์